แปลงหนี้เป็นทุน

เรียน       นายภาษี

 

มีคำถามที่จะปรึกษาค่ะ เรื่องแปลงหนี้เป็นทุน บริษัท จำกัด ทำได้อย่างไร

 

บริษัท รวยไม่เลิก จำกัด มีลูกหนี้เงินยืมกรรมการ จำนวน 13 ล้าน และมีลูกหนี้ หจก. รวยไม่รู้จบ 45 ล้าน บริษัท รวยไม่เลิก เคยมีรายได้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์คือ อาคาร พลาซ่า แต่ได้ขายและให้ลูกหนี้ หจก. รวยไม่รู้จบ และกรรมการยืมตาม จำนวนข้างต้น ปัจจุบันไม่มีละมีเพียงดอกเบี้ยรับตั้งในรูปบัญชี และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทุกปีตามยอดดอกเบี้ยรับ ค้างรับ และมีกำไรสะสมที่ยังไม่ปันผล 19 ล้าน  

 

บจ.รวยไม่เลิก ไม่ต้องการมีรายรับ เป็นดอกเบี้ยรับเงินยืมกรรมการ และดอกเบี้ยรับของ หจก.ไม่รู้จบ เพราะไม่ต้องการเสียภาษีเนื่องจากกิจการไม่มีรายได้เป็นตัวเงิน มีคำถามจะเรียนถามคือ

 

1. หจก.รวยไม่รู้จบ จะแปลงเป็นบริษัท และจะแปลงหนี้ที่เกิดกับ บจ.รวยไม่เลิก เป็นทุน ได้หรือไม่ 

2. หจก.รวยไม่รู้จบ มีทุนเดิม 48 ล้าน ขาดทุนสะสม 153 ล้าน ถ้าแปลงเป็น บริษัทแล้วต้องเพิ่มทุนเท่าไร จึงเหมาะสม

3. หจก.รวยไม่รู้จบ หลังแปลงเป็นบริษัทแปลงหนี้ บจ.รวยไม่เลิก เป็นผู้ถือหุ้นได้หุ้นเกิน 25% ถือว่าเป็นบริษัทในเครือ บจ.รวยไม่เลิก ก็ไม่ต้องคิดดอกเบี้ยรับ ใช่หรือไม่ 

4. การแปลงหนี้เป็นทุนต้องทำอย่างไรทำเอกสาร รายงานการประชุม หรือบันทึกข้อความ ระหว่างนิติบุคคลก็ได้ ใช่หรือไม่

5. บจ.รวยไม่เลิก มีกำไรสะสม 19 ล้านบาท มีลูกหนี้กรรมการ 13 ล้านบาท ไม่สามารถปันผลเพราะกรรมการไม่มีเงินคืนประกอบกับ บจ.รวยไม่เลิก ไม่มีเงินสดเพียงพอที่เสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย 15% แล้วจะทำยังไงให้กำไรสะสมลดลง

 

รบกวนช่วย แนะนำแนวปฎิบัติให้ด้วยค่ะ เพราะไม่ทราบจะหาข้อมูลได้ที่ไหนที่ตรงกับความต้องการค่ะ

 

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

อุษณี

 

เรียน  คุณอุษณี

 

ประเด็นตามคำถาม ขอให้ข้อคิดเห็นเพื่อให้ท่านนำไปพิจารณาเปรียบเทียบข้อเท็จจริงทางธุรกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1. การแปลงหนี้เป็นทุนสามารถดำเนินการได้เฉพาะบริษัทมหาชนโดยมีวิธีปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีว่าด้วยการออกหุ้นเพ่อชำระหนี้และโครงการแปลงหนี้เป็นทุนในการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท พ.ศ. 2544 สามารเข้าไปอ่านรายละเอียดกฎ กติกา ที่เกี่ยวข้องได้

บริษัทจำกัดไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการแปลงหนี้เป็นทุน เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าการชำระหนี้สามารถดำเนินการได้ 3 แนวทางหลักประกอบด้วย

1.1 ชำระค่าหุ้นด้วยเงินสด

1.2 ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สิน

1.3 ชำระค่าหุ้นด้วยแงงงาน

 

จากแนวทางการชำระค่าหุ้นที่กฎหมายกำหนด ทำให้บริษัทไม่สามารถแปลงหนี้เป็นทุนได้ แต่ในทางปฏิบัติสามารถที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียน และนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนชำระคืนเจ้าหนี้การค้า ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการแปลงหนี้เป็นทุน แต่ใช้หลักการบัญชีเป็นตัวหลักในการดำเนินการ

2. การเพิ่มทุนสามารถเพิ่มทุนได้จำนวนเท่ากับหนี้ที่มี เช่นหากมีหนี้ 45 ล้านบาท หากไม่ต้องการให้มีหนี้คงเหลือสามารถเพิ่มทุนได้ 45 ล้านบาท เพื่อให้บริษัท รวยไม่เลิก ลงทุน และเมื่อได้รับเงินลงทุนก็นำไปชำระคืนเงินกู้ยืมที่มี จะทำให้รายการลูกหนี้เงินให้กู้ยืมหมดไป

3. กรณีหากแปลงหนี้เป็นทุนทั้งจำนวนจะทำให้ไม่มีรายการลูกหนี้เงินกู้ยืม จึงไม่ต้องคิดดอกเบี้ยระหว่างกัน แต่หากแปลงหนี้เป็นทุนไม่หมด ยังคงมีหนี้คงเหลือ แม้จะเป็นบริษัทในเครือยังคงต้องคิดดอกเบี้ยระหว่างกันและนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ กรณีบริษัทในเครือโดยถือหุ้นเกิน 25% ไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันกู้ยืมเงิน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นรายรับเพื่อคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 26/2534 ข้อ 2

 

ข้อ 2   กรณีบริษัทในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงินกันเอง ไม่ว่าจะนำเงินของตนหรือนำเงินที่กู้ยืมจากบุคคลอื่นมาให้กู้ยืมในระหว่างกันเอง และไม่ว่าจะคิดดอกเบี้ยในอัตราเท่าใดก็ตาม ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมเงินในกรณีเช่นนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

คำว่า บริษัทในเครือเดียวกัน หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีความสัมพันธ์กันโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอีกแห่งหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันที่มีการกู้ยืม

 

4. เนื่องจากบริษัทจำกัดไม่สามารถแปลงหนี้เป็นทุนได้ จึงต้องดำเนินการเพิ่ทุนจดทะเบียนโดยจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเพิ่มทุนตามขั้นตอนปฏิบัติทางกฎหมายทั่วไป และเมื่อได้รับเงินจากการเพิ่มทุนสามารถนำมาชำระหนี้เงินกู้ยืมได้ตามปกติ

5. กำไรสะสมของกิจการ โดยหลักการสามารถลดลงได้ 2 แนวทางคือ จ่ายเงินปันผล และการดำเนินงานในปีหลังขาดทุนต่อเนื่องจนกระทั่งกำไรสะสมหมด

การปรับปรุงรายการลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการ สามารถทำได้โดยการจ่ายเงินปันผลให้กับกรรมการ (หากผู้ถือหุ้นและกรรมการเป็นคนเดียวกัน) จะทำให้กรรมการที่ได้รับเงินปันผลสามารถจ่ายคืนหนี้เงินกู้ยืม แต่จะมีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายอัตรา 10 % ของเงินปันผล

ส่วนกรณีของภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ที่แจ้งมาไม่ทราบว่ามีรายละเอียดที่มาที่ไปอย่างไร เพราะกรณีบริษัทให้กรรมการกู้ยืมเงิน และคิดดอกเบี้ย เมื่อกรรมการจ่ายชำระคืนหนี้เงินต้น หรือดอกเบี้ยรับ กรรมการไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด แต่หากเป็นกรณีกรรมการให้บริษัทกู้ยืมเงิน และคิดดอกเบี้ย จึงจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่จ่ายชำระ ลองตรวจทานกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง หากประเด็นดังกล่าวถูกต้องตรงกัน สามารถปรับลดกำไรสะสมโดยจ่ายเงินปันผลให้กับกรรมการ และรับคืนหนี้จากกรรมการ

 

                หวังว่าคำตอบจะเป็นประโยชน์

 

ด้วยรัก

นายภาษี

 

NEED SOME BUSINESS SUGESSION?

WE CAN HELP YOU

เราภูมิใจเป็นอย่างมากหากท่านสามารถใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนนักธุรกิจ นักบัญชี ภาษี และอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่...อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาที่ปรึกษาในการแวะเวียนมาบรรเลงใน msgconsultant.com ประกอบด้วย

We are very proud if you can take advantage or forward the information to the business tax accountants and others to apply and to take full advantage of them. However, knowledge that has been in favor of those that came into play.

Related Site :

บริษัท เอ็มเอสจี คอนซัลแทนท์ จำกัด

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
โทร. 02-803-6820, 02-803-6821, 02-803-6822
แฟกซ์ 02-903-0080 ต่อ 6823
Email : info@msgconsultant.com