ขายต่างประเทศแต่ส่งมอบในประเทศ
เรียน อาจารย์ที่ปรึกษา
ทางบริษัทขายของให้กับต่างประเทศ โดยออกเอกสาร Invoice เรียกเก็บเงินปกติเหมือนกับลูกค้าต่างประเทศเจ้าอื่นๆ และทางต่างประเทศก็จะทำการโอนเงินค่าสินค้ามาให้เรา แต่สินค้าที่จะขายไม่ได้ทำการส่งออก แต่จะส่งให้กับสาขาในเมืองไทยของลูกค้า โดยสาขาของลูกค้าจะส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเอง ดังนั้นทางเราจะไม่มีใบขนขาออก ซึ่งส่งออก ภาษีเป็น 0 แต่กรณีนี้ไม่มีใบขนทางบริษัทฯ ต้องทำเอกสารอย่างไรมาอ้างอิงว่ามีการส่งออกคะ หรือเพียงแค่มีใบส่งสินค้า เท่านั้นคะ ช่วยชี้แจงด้วยคะ
ขอบคุณค่ะ
นุช
เรียน คุณนุช
ประเด็นที่สอบถามขอให้ข้อมูล ความเห็น เพื่อนำไปใช้ประกอบการค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจดังนี้
1. การขายสินค้าให้กับลูกค้าต่างประเทศ แต่กำหนดให้ส่งมอบสินค้า ให้กับสาขาของลูกค้าในประเทศไทย เพื่อใช้ในประเทศไทย จะถือเป็นการขายสินค้าในประเทศ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% ตามปกติ
2. การขายสินค้าให้กับลูกค้าต่างประเทศ แต่กำหนดให้ส่งมอบสินค้า ให้กับสาขาของลูกค้าในประเทศไทย โดยสาขาจะเป็นผู้ดำเนินการส่งออกให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ จะถือเป็นการขายสินค้าในประเทศ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% แต่จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0 % จะต้องเป็นการขายตามเงื่อนไขครบทุกข้อดังนี้
(1) ผู้ขายในประเทศขายสินค้าให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยมีหลักฐานตาม Proforma Invoice
(2) มีหลักฐานการชำระค่าสินค้าจากผู้ซื้อต่างประเทศ ชำระให้กับผู้ขายในประเทศ เช่น L/C, T/F
(3) ผู้ขายสินค้าต้องเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้า ภายใน 180 วันนับจากวันที่ส่งมอบให้ตัวแทน
(4) ผู้ซื้อมีเหตุอันจำเป็นไม่สามารถรับมอบสินค้าได้
(5) ผู้ซื้อต้องแต่งตั้งตัวแทนต้องรับผิดชอบดูแลสินค้า
กรณีไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว ถือเป็นการขายสินค้าในประเทศ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% ตามปกติ
แนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 เรื่อง การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้
ข้อ 5 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศแต่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งมอบสินค้าให้แก่ตัวแทนของผู้ซื้อซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อในต่างประเทศตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหลักฐานดังต่อไปนี้ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจึงจะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร
(1) หลักฐานการซื้อขายสินค้า เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
(2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศไม่พร้อมที่จะรับมอบสินค้าและแต่งตั้งให้ตัวแทนของผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาสถานที่เก็บรักษาสินค้าเป็นการชั่วคราว
(3) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียน เป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาออกต่อกรมศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้าที่เก็บรักษาไว้ที่ตัวแทน โดยที่สินค้าดังกล่าวเป็นประเภท ชนิด และจำนวนเท่ากับสินค้าที่ได้บันทึกออกจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบของผู้ประกอบการจดทะเบียน
(4) ระยะเวลาที่ตัวแทนของผู้ซื้อในต่างประเทศ ได้รับมอบสินค้าที่ต้องเก็บรักษาไว้แทนผู้ซื้อในต่างประเทศ จะต้องห่างจากระยะเวลาที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนดำเนินการยื่นใบขนสินค้าขาออกต่อกรมศุลกากร ไม่เกิน 180 วัน
(5) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ส่งออกสินค้าที่เก็บรักษาไว้ที่ตัวแทน ไปให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศตามสถานที่ที่ผู้ซื้อกำหนดเท่านั้น และต้องไม่ปรากฏว่าได้มีการขายสินค้าดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้ออื่นใดอีกไม่ว่าภายในประเทศหรือต่างประเทศ
(6) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า(Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) เป็นต้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(ก) กรณีผู้ซื้อในต่างประเทศมอบหมายให้ตัวแทน ผู้ทำการแทน หรือสำนักงานสาขาในประเทศไทยเป็นผู้ชำระราคาค่าสินค้าแทน ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถใช้เอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ก็ได้
(ข) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice)
เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางการค้าที่แจ้ง ตัวแทนของผู้ซื้อจะเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรด้วยตนเอง จึงไม่เข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% จากการส่งออก ผู้ขายจึงต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าอัตรา 7% ตามปกติ
กรณีจะได้รับสิทธิเป็นการส่งออก ผู้ขาย จะต้องเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากร มีหลักฐานการส่งออก และดำเนินการ ตามเงื่อนไขที่ระบุในคำสั่งฯ ดังกล่าว
ด้วยรัก
นายภาษี
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เลขที่หนังสือ : กค 0702/พ./785
วันที่ : 29 มกราคม 2553
เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสินค้าไปต่างประเทศ
ข้อกฎหมาย : มาตรา 77/2 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อแท้งค์จำนวน 2 ใบ ราคาใบละ 1,364,814 บาท จาก PT ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย โดยสรุปข้อเท็จจริงได้ดังนี้
1. บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัท ท. เป็นผู้ผลิตแท้งค์ และบริษัทฯ ได้เก็บแท้งค์ที่ผลิตเสร็จแล้วไว้ที่คลังสินค้าที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งบริษัทฯ ได้เช่าจากบริษัท ท.
2. PT ตกลงจะขนส่งแท้งค์ออกจากคลังสินค้าด้วยตนเอง โดยให้บริษัท ฮ. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PT ที่ตั้งอยู่ใน ประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการ
3. ต่อมาบริษัท ฮ. ได้ว่าจ้าง ขนส่งแท้งค์จากคลังสินค้าของบริษัทฯ ไปยังบริษัท ฮ. สาขาจังหวัดสงขลา เพื่อส่งออก ไปให้ PT ที่ประเทศอินโดนีเซีย
4. บริษัทฯ ได้ออกใบส่งของให้แก่ PT โดย PT เป็นผู้ชำระเงินให้แก่บริษัทฯ และมีบริษัท ฮ. สาขาจังหวัดสงขลา เป็น ผู้เซ็นรับสินค้าและดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออกในนามของบริษัท ฮ.
กรณีที่บริษัทฯ ขายสินค้าให้กับ PT ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ถือเป็นการส่งออก ซึ่งจะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 0 หรือไม่
แนววินิจฉัย กรณีที่บริษัทฯ ขายแท้งค์จำนวน 2 ใบ ให้แก่ PT ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศอินโดนีเซีย โดย PT ตกลงจะขนส่งแท้งค์ออกจากคลังสินค้าของบริษัทฯ ด้วยตนเอง โดยให้บริษัทฯ ส่งมอบแท้งค์ให้แก่บริษัท ฮันลิเบอร์ตันฯ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PT ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และบริษัท ฮันลิเบอร์ตันฯ เป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออกแท้งค์ดังกล่าวให้แก่ PT ในนามของบริษัท ฮันลิเบอร์ตันฯ ถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 โดยต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อในต่างประเทศ เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามมาตรา 78 มาตรา 80 มาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่ง ประมวลรัษฎากร

ไทย
EN


