ทำปีนี้เก็บปีหน้า
ข้ามปีข้ามชาติ!
ทำงานปีนี้แต่เก็บเงินปีหน้า
สรุปต้องเสียภาษีปีไหน?
อาจารย์ครับ! ผมเพิ่งออกใบแจ้งหนี้ค่าบริหารโครงการไปล้านกว่าบาทเป็นค่าจ้างบริหารโครงการให้กับลูกค้าเดือนมิถุนายนถึงธันวาคมปีนี้ จะเรียกว่าเป็นผลมาจากการที่ผมบริหารโครงการก่อสร้างของผมได้อย่างมีประสิทธิภาพปิดงานเก็บเงินได้ตามกำหนดก็ว่าได้ ผมตกลงกับลูกค้าไว้ว่าให้เขาไปโอนจ่ายเอาเดือนมกราคมปีหน้าเลยผมฉลาดไหมครับ! แบบนี้ผมก็เลื่อนเวลาเสียภาษีของปีนี้ออกไปได้ตั้งปีนึงเต็มๆ ยอดขายปีนี้จะได้ไม่บวมไงเรียกว่าบริหารกำไรให้สม่ำเสมอมี backlog เอาไว้อวดว่ามีงานสม่ำเสมอเพื่อปั่นราคาหุ้นตามที่อาจารย์แนะนครับ!
เดี๋ยวก่อนบอสเอก! มาเคลียร์เรื่องแรกก่อนเรื่องการสร้าง backlog บริหารกำไรเพื่อปั่นราคาหุ้นอันนี้ผมมั่นใจว่าเรื่องผิดธรรมภิบาลแบบนี้กรรมการตรจสอบอย่างผมไม่แนะนำให้ทำแน่นอน เรื่องต่อมาเรื่องการรับรู้รายได้ปีหน้าบอกเลยว่าความมั่นใจระดับนี้มันน่ากลัวนะไปเอาสูตรลับนี้มาจากไหนเนี่ย? การเลื่อนรับเงินมันช่วยให้กระเป๋าตังค์บอสเบาลงน่ะใช่แต่ในสายตาคุณสรรพ์ภาระภาษีมันไม่ได้เลื่อนตามปฏิทินของบอสนะระวังจะโดนภาษีย้อนหลังข้ามปีข้ามชาติ!
บอสรู้ไหมว่าในโลกของธุรกิจบริการคำว่าทำงานเสร็จกับได้รับเงินมันมักจะเดินไม่พร้อมกันเสมอ และความไม่พร้อมกันนี้แหละที่สร้างความสับสนให้กับคนทำธุรกิจมานักต่อนักว่าตกลงแล้วเราต้องยื่นภาษีในจุดไหนกันแน่?
รายได้เกิดตอนไหน?
ความลับของเกณฑ์สิทธิ
เอางี้บอสเอกวางใบแจ้งหนี้ค่าบริหารโครงการ 2 ใบลงบนโต๊ะใบแรกเป็นค่างานของเดือน มิ.ย. - ธ.ค. ปีนี้ยอด 1 ล้านบาท ใบที่สองของเดือน ม.ค. ปีหน้ายอดแสนห้าแกย้ำว่าทั้งสองใบนี้ลูกค้าจะจ่ายเงินให้ในปี 69 ทั้งหมด อ.ปราบจะให้รับรู้ปีไหนว่ามาให้เคลียร์อย่าให้โดนภาษีย้อนหลังเป็นพอเสียอะไรได้เสียค่าปรับทีไรเจ็บจี๊ด
อ.ปราบหยิบใบแจ้งหนี้ใบแรกขึ้นมาดูแล้วอธิบายว่า บอสเอกครับในทางภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อจ่ายภาษีจากกำไรสิ้นปีกฎหมายเขาใช้สิ่งที่เรียกว่าเกณฑ์สิทธิหรือเกณฑ์คงค้าง เกณฑ์นี้แปลภาษามนุษย์ง่ายๆ ว่างานเสร็จเมื่อไหร่รายได้เกิดเมื่อนั้น ไม่สนว่าลูกค้าจะจ่ายเงินช้าแค่ไหนในเมื่อบอสทำงานของเดือน มิ.ย. ถึง ธ.ค. ปีนี้ เสร็จแล้วสิทธิในการรับเงินมันเกิดขึ้นแล้วบอสก็ต้องรับรู้ยอด 1.5 ล้านบาทนี้ เป็นรายได้ของปีนี้ทันทีครับ! จะมาหมกเม็ดข้ามไปปีหน้าไม่ได้เด็ดขาด
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
คนละโลกกับภาษีเงินได้
บอสเอกเริ่มเหงื่อตก อ้าวอาจารย์! ถ้าผมต้องบันทึกรายได้ปีนี้ แปลว่าผมก็ต้องควักเนื้อจ่าย VAT 7% ของยอดล้านกว่าบาทให้คุณสรรพ์ ทั้งที่ยังไม่ได้เงินจากลูกค้าเลยเหรอครับ แบบนี้ผมขาดสภาพคล่องตายพอดี! อ.ปราบรีบเบรกความตื่นตระหนกใจเย็นๆ บอส! นี่คือข้อดีของธุรกิจบริการสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กฎหมายให้ใช้เกณฑ์รับชำระเงินเป็นจุดเกิดความรับผิดทางภาษีหมายความว่าถ้าบอสยังไม่ออกใบกำกับภาษีและยังไม่ได้รับชำระเงิน บอสก็ยังไม่ต้องนำส่ง VAT 7% ให้คุณสรรพ์รอให้ลูกค้าโอนเงินมาตอนปีหน้าค่อยออกใบกำกับภาษีและยื่น VAT ในเดือนนั้นได้เลย เห็นไหมว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลกับภาษีมูลค่าเพิ่มมันเดินคนละไทม์ไลน์กัน!
ปริศนากำไรพุ่ง!
รายได้โต 10%
แต่ต้นทุนโตแค่ 1%
พอเคลียร์เรื่องบิลเสร็จบอสเอก ก็กางงบกำไรขาดทุนเปรียบเทียบปีที่แล้วกับปีนี้ให้ดู พร้อมบ่นว่าอาจารย์ครับ มีอีกเรื่องที่ผมงงมากปีนี้รายได้ผมโตขึ้น 10% แต่ทำไมต้นทุนมันเพิ่มขึ้นแค่ 1% เองล่ะครับกลายเป็นว่ากำไรขั้นต้นผมกระโดดจาก 16% เป็น 20% เลยตัวเลขมันสวยไปจนผมเริ่มกลัวแล้วเนี่ย!
อ.ปราบชี้ไปที่รายการรับบริหารโครงการทันที นี่ไงต้นตอของปัญหา บอสเอกรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการเข้ามาเป็นล้านแต่ไม่มีต้นทุนสักบาท บอสได้เอาเงินเดือนพนักงานที่เข้าไปดูแลโครงการนี้ มาแบ่งสัดส่วนบันทึกเป็นต้นทุนบริการของโครงการนี้หรือเปล่า หลักการบัญชีที่ถูกต้องคือกฎการจับคู่รายได้และค่าใช้จ่าย (Matching Principle) ถ้ารายได้เกิดต้นทุนก็ต้องเกิดตาม! ถ้าบอสมัวแต่รับรู้รายได้แต่ลืมตัดเงินเดือนลูกน้อง ค่าเดินทาง หรือค่าดำเนินการต่างๆ มาเป็นต้นทุนโครงการ กำไรของบอสก็จะกลายเป็นกำไรทิพย์ทันที
จุดต่อมาบอสต้องย้อนกลับไปดูว่า ตอนทำประมาณการต้นทุนที่เค้าเรียกว่า B.O.Q. เพื่อใช้เป็นฐานในการกำหนดกำไรขั้นต้นและเสนอราคาลูกค้ามีกำไรขนาดนี้ไหม ถ้าใช่และตรงกันเท่ากับเรา ก็รู้อยู่แล้ว และการทำกำไรได้ตามประมาณการคือเรื่องน่ายินดี แต่หากไม่ใช่และกลายเป็นว่ากำไรเกิน บอสต้องกลับไปดูว่าเอกสารต้นทุนโครงการต่างๆ ได้นำมาบันทึกบัญชีคำนวณเป็นต้นทุนโครงการครบถ้วนไหม หรือจุดสำคัญที่มักเป็นปัญหาลามไปสู่การประเมินของผู้รับเหมาคือ การรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงาน บอสและทีมบัญชีของบอสรับรู้รายได้ตามหลักเกฑ์ไหม เผลอไผลผิดพลาดไปรับรู้ต้นทุนเฉพาะที่จ่ายเงินหรือไปนำเงินที่รับมาก่อนโดยยังไม่ได้ทำงานมาเป็นรายได้ งานนี้ก็ต้องรับปรับปรุงจะได้ไม่เสียภาษีเกินเหตุ
ผลของการมีกำไรทิพย์คืออะไร รู้ไหมครับ? คือบอสจะต้องเสียภาษีนิติบุคคล 20% จากกำไรที่ไม่ได้มีอยู่จริงไง ถ้าบอสเอกอยากให้ตัวเลขสะท้อนความจริงต้องรีบกลับไปจัดการ 2 เรื่องด่วนๆ ครับ หนึ่งคือจัดทำรายละเอียดว่ามีพนักงานกี่คนทำงานในโปรเจกต์นี้ใช้เวลากี่เดือน แล้วดึงสัดส่วนเงินเดือนมาบันทึกเป็นต้นทุนบริการซะ สองคือตรวจสอบต้นทุนโครงการว่า มีบิลตกค้างหรือลงผิดโปรเจกต์บ้างไหม และรับรู้รายได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์บัญชีภาษีไหม
การทำธุรกิจรับเหมาและบริการมีความซับซ้อน เรื่องจุดตัดเวลาทางภาษีและการปันส่วนต้นทุนสูงมาก การมองแค่เงินเข้าเงินออกในสมุดธนาคารไม่อาจบอกสุขภาพที่แท้จริงของบริษัทได้ การมีกุนซือบัญชีที่เข้าใจบริบทของธุรกิจ จะช่วยปรับปรุงต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้ ป้องกันการเสียภาษีจากกำไรที่สูงเกินจริงได้ อย่าปล่อยให้ความดีใจจากตัวเลขสวยๆ มาทำให้คุณต้องเสียเงินค่าภาษีโดยไม่จำเป็นนะครับบอสเอก!
#รายได้ค้างรับ #เกณฑ์คงค้าง #เกณฑ์สิทธิ #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #VAT #ต้นทุนบริการ #รับเหมาก่อสร้าง #SME #วางแผนภาษี


ไทย
EN


