มรดกบาป
รับมรดกธุรกิจร้อยล้าน
หรือรับ "ระเบิดเวลา" ทางภาษี?
'ป๊าให้เอ็งมาดูแลต่อทำให้ดีนะอาตี๋ คำฝากฝังจากรุ่นพ่อ ฟังดูน่าภูมิใจ แต่พอเปิดลิ้นชักบัญชีดู ทายาทแทบจะเป็นลม!
งบการเงินไม่ปิดมา 3 ปี! เอกสารซื้อขายหายเกลี้ยง!
จ่ายเงินหลานทำชิปปิ้งด้วย 'ความเชื่อใจ' ไม่มีหักภาษีสักบาท!
เจอแบบนี้เข้าไป ภาพข่าวแม่ค้าออนไลน์โดนภาษีย้อนหลัง 4 ล้าน ลอยมาในหัวเลย! การได้รับช่วงต่อธุรกิจจากครอบครัว (Succession) คือความฝันของใครหลายคน ยิ่งเป็นธุรกิจที่รุ่นพ่อ บุกเบิกไว้จนติดลมบน มีลูกค้าต่างชาติ มีออเดอร์เข้าตลอดยิ่งดูเหมือน "หนูตกถังข้าวสาร" แต่สำหรับใครบางคน อาจจะเป็นเหมือนฝันร้าย ที่ตื่นขึ้นมาพบว่า ปรับขึ้น 6 บาท แถมยังต้องรอคิวเติมน้ำมัน แฮ่..ผิดเรื่องตื่นมาพบว่า ถังข้าวสารนี้กลับเต็มไปด้วยระเบิดเวลา
มรดกที่ (ไม่) อยากรับ
ความสำเร็จที่ไร้หลักฐาน
มาดูเรื่องราวของลูกศิษย์คนโปรด ที่เพิ่งได้รับรับตำแหน่ง MD แทนคุณพ่อที่วางมือ โดยธุรกิจหลัก คือ การรวบรวมผลไม้จากชาวสวนส่งออกไปจีนและยุโรป กิจการดูดีมีกำไร แต่พอจะเริ่มวางระบบบัญชี ให้ทันสมัย ถึงกับช็อกเมื่อพบความจริง 4 ข้อ
งบการเงินหายสาบสูญไม่ได้ปิดงบส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาตั้งแต่ปี 62 (ค้างมา 3-4 ปี!)
เอกสารไร้ร่องรอยบิลซื้อจากชาวสวน บิลขายต่างชาติ ของปีก่อนๆ แทบไม่เหลือซาก
งานชิปปิ้งจ้างหลานชายทำจ่ายเงินสดกันหน้างาน ไม่มีใบเสร็จ ไม่มีสัญญา ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
เห็นข่าวคนขายของออนไลน์โดนภาษีย้อนหลัง 4 ล้านทำให้เริ่มรู้สึกกลัวว่า ธุรกิจร้อยล้าน จะโดนเบี้ยปรับ "เต็มคาราเบล" จนล้มละลายหรือเปล่า? คิดแล้วก็ได้แต่เตรียมใจว่า "โดนหนักแน่" แต่พอได้กางข้อกฎหมายดูจริงๆ กลับพบว่าธุรกิจนี้ มี "เกราะป้องกันพิเศษ" ที่ธุรกิจอื่นไม่มี
เรื่องแรกที่ต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของคนรุ่นพ่อ ที่มองขาดเรื่อง VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ถ้าเป็นธุรกิจซื้อมาขายไปในประเทศ การไม่ยื่นภาษีขายถือเป็นโทษมหันต์ (เบี้ยปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม) แต่กิจการที่คนรุ่นก่อนส่งให้คือ "ส่งออกผลไม้" คุณสรรพ์กำหนดให้การส่งออกเสีย VAT อัตรา 0% ผลลัพธ์คือ เมื่อภาษีที่ต้องจ่ายคือ 0 บาท เบี้ยปรับและเงินเพิ่มก็คือ 0 บาทตามไปด้วย! (เพราะ 0 คูณอะไรก็ได้ 0) เคราะห์หามยามร้อยก็โดนแค่ "ค่าปรับอาญา" ฐานไม่ยื่นแบบ (หลักพันบาท) แทนที่จะโดนหลักล้าน!
แต่..แต่..แต่จุดที่ต้องระวังภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) อันนี้คือแผลสดที่คุณทายาท ต้องรีบห้ามเลือดโดยเร็ว ก่อนจะไหลหมดตัว แต่ว่าไปแล้วตอนนี้ อาจจะหมดตัวจะหมดลมแล้วก็ได้ คือ
การจ้างหลานทำชิปปิ้ง = จ้างทำของ/บริการ (ต้องหัก 3%)
ค่าเช่าโกดังเก็บผลไม้ = ค่าเช่าทรัพย์สิน (ต้องหัก 5%)
เงินเดือนพนักงาน (ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา)
ที่ผ่านมา ป๊าจ่ายเต็มไม่เคยหัก ตรงนี้แหละครับที่จะโดนย้อนหลัง (ภาษีที่ขาด + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน) แต่ก็ยังถือว่า "เจ็บตัวน้อยกว่า" เรื่อง VAT เยอะครับ
ผ่าตัดธุรกิจกงสี ให้เป็นระบบ
เมื่อรู้แ-ล้วว่าสถานการณ์ไม่ได้เลวร้าย ถึงขั้นล้มละลายทางภาษีควรเริ่มปฏิบัติการ "ล้างไพ่" เพื่อเดินหน้าต่ออย่างยั่งยืน โดยหยุดเลือดไหลเริ่มตั้งแต่วันนี้ ทุกการจ่ายเงินต้องมีหลักฐาน
จ่ายชาวสวน -> ทำใบรับเงิน, แนบสำเนาบัตรประชาชน, จ่ายผ่านเช็ค/โอน
จ่ายค่าชิปปิ้ง/ค่าเช่า -> หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งสรรพากรให้เป๊ะ
รับเงินลูกค้า -> เก็บ Commercial Invoice และหลักฐานการโอนเงินต่างประเทศให้ครบ
เคลียร์แผลเก่า (อดีต) รวบรวมเอกสารเท่าที่หาได้ (Statement ธนาคารย้อนหลัง ฯลฯ) เพื่อประเมินตัวเลข แล้วปรึกษานักบัญชีเพื่อยื่นงบย้อนหลัง ยอมเสียค่าปรับส่วนที่ขาดดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ ให้ระเบิดทีหลัง สำหรับทายาทธุรกิจที่กำลังเผชิญปัญหาบัญชี "อีรุงตุงนัง" แบบนี้... อย่าเพิ่งถอดใจครับการมี "ที่ปรึกษาบัญชีและภาษีมืออาชีพ" มาช่วยแกะปมเป็นทางลัดที่ดีที่สุดให้มืออาชีพเขาช่วย "กวาดบ้าน" หลังบ้านให้สะอาด ส่วนคุณเอาเวลาไปโฟกัสหน้าบ้านหาตลาดใหม่ๆ ขยายอาณาจักรผลไม้ให้ไกลกว่ารุ่นป๊าดีกว่า ขอให้ธุรกิจครอบครัวของทุกท่าน เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนครับ!
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภาษีมูลค่าเพิ่ม0% #ส่งออก #ธุรกิจครอบครัว #ทายาทธุรกิจ #วางแผนภาษี #SME #ที่ปรึกษาบัญชี


ไทย
EN


