รอเคลม
ไฟไหม้ร้านประกันจ่ายค่าเสียหาย
เป็น "รายได้" ต้องเสียภาษีไหม?
เรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้!
'ร้านไฟไหม้เสียหายเป็นล้าน พอได้เงินประกันมาคุณสรรพ์จะเก็บภาษีไหมครับ?' นี่คือคำถามที่ไม่มีใครอยากถาม แต่เมื่อภัยมาถึงเราต้องรู้คำตอบ !อุบัติเหตุทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรืออุบัติภัยต่างๆ นอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินแล้ว ยังสร้างความปวดหัว ทางบัญชีและภาษีตามมาอีกเป็นขบวน
ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องร้ายกับธุรกิจหรอกครับแต่คำว่า "อุบัติเหตุ" เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวไฟไหม้ผับดัง หรือโรงงานกิ่งแก้วระเบิด ที่เราเห็นกันบ่อยๆ สิ่งที่ตามมานอกจากความเสียใจคือ ความเสียหายของทรัพย์สิน อาคาร และสินค้า ผู้ประกอบการมักจะมึนตึ้บ ไปต่อไม่ถูกว่า เราต้องจัดการอย่างไร
ใช่เลยครับอาจารย์ เหมือนหลับตานั่งทางใน เห็นเหตุการณ์เลย คืนวันก่อนเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้โกดังเก็บไม้ของเสี่ยอู๊ด เพื่อนผมเสียหายยับเยิน ทั้งตัวอาคารและเครื่องจักร พอเพลิงสงบก็มานั่ง กุมขมับ กับซากความเสียหายมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท พร้อมกับคำถามใหญ่ในใจว่าเงิน 5 ล้าน ที่หายไป ในกองเพลิงนี้ เอามาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทเพื่อลดภาษีได้ไหม ผมคิดว่าได้ เพราะเห็นจะจะ ชัดตา เป็นข่าวใหญ่ ออกSocialทุกช่องทาง แต่เพื่อความมั่นใจไม่คิดเองเออเอง ผมก็เลยต้องแวะมาหา อาจารย์ปราบนี้ละ พอได้คำตอบก็จะไปเก็บค่าที่ปรึกษาก้อนโต กับเสี่ยอู๊ดเพื่อนผม
ถ้าไม่ได้ทำประกัน... หักค่าเสียหายเป็นรายจ่ายได้ไหม?
ถ้าทำประกันไว้... เงินที่ได้มาต้องเสียภาษีหรือเปล่า?
ล้อมวงเข้ามาเพื่อหาคำตอบ ขึ้นอยู่กับว่าเสี่ยอู๊ดเพื่อนของคุณลูกศิษย์หัวหมอ "ทำประกันภัยไว้ หรือไม่?" และผลของมันจะเป็นอย่างไร ขอแยกเป็น 2 เรื่อง เพื่อให้เสี่ยอู๊ด เพื่อคุณลูกศิษย์ ไปปรับใช้
กรณีที่ 1 วัดใจไม่ได้ทำประกัน สมมติว่าเสี่ยอู๊ดไม่ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้เลย เพราะอยากประหยัดเบี้ยประกัน ในโชคร้ายมีโชคดี พี่ชีกับคุณสรรพ์บอกตรงกัน ว่านำมูลค่าทรัพย์สินที่ เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรหรืออาคาร หากเสียหายจนซ่อมไม่ได้ (Total Loss) เสี่ยอู๊ดสามารถตัด "มูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่" (Book Value) ณ วันเกิดเหตุ เป็น "รายจ่าย" ได้ทั้งจำนวนทันที! ถ้ามีพนักงานบาดเจ็บ ค่าเยียวยาต่างๆ ก็นำมาหักเป็นรายจ่ายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย สรุปว่าไม่ได้เงินชดเชย จากประกัน แต่นำมูลค่าความเสียหายมาเป็นโล่ลดภาษีได้ 100%
กรณีที่ 2 รอบคอบทำประกันไว้ ถ้าเสี่ยอู๊ดมองการณ์ไกลทำประกันวินาศภัยไว้! วงเงินความคุ้มครอง 4 ล้านบาท อันนี้จะซับซ้อนหน่อย เพราะคุณสรรพ์มองว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง แต่ก็มีคนมาชดใช้ให้ แบบนี้ก็ต้องรอเคลียร์ให้จบก่อน จะนำค่าเสียหายทั้งหมดมาหักเป็นรายจ่ายใน การคำนวณภาษีทันที ไม่ได้ต้องรอเคลมประกันก่อน ซึ่งพี่ชีของเราก็ขานรับกันพรึ่บพรับ บอกว่า ให้บันทึกเป็นสินทรัพย์ชื่อเท่ๆ ว่า "ค่าเสียหายรอตัดบัญชี" หรือ "ลูกหนี้บริษัทประกัน" ไว้ก่อน พอประกันอนุมัติจ่ายสินไหมทดแทนมา (สมมติได้มา 4 ล้านบาท) เราค่อยมาวัดกันหมัดต่อหมัด
ความเสียหายจริง 5,000,000 บาท เงินที่ได้จากประกัน 4,000,000 บาท บวกลบคูณ หากขาดทุน 1,000,000 บาท -> ส่วนต่าง 1 ล้านนี้ นำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ครับ! คุณสรรพ์ถือมาตรา 65 ตรี (12) กำกับไว้ให้สบายใจ แต่ในทางกลับกัน ถ้าเสี่ยอู๊ดทำประกันไว้สูง (Over Insurance) แล้วได้เงินมา 6 ล้านบาท กำไร 1 ล้านบาท -> ส่วนต่างที่เป็นกำไร ต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีครับ!
จากเคสนี้เราเห็นชัดเจนว่า "การทำประกัน" ช่วยให้เสี่ยอู๊ดเจ็บตัวน้อยที่สุด จ่ายส่วนต่างเองแค่ 1 ล้าน เทียบกับไม่ได้ทำประกันที่เสียหาย 5 ล้าน แม้จะมีขั้นตอนทางบัญชีที่ซับซ้อนขึ้นหน่อย แต่ก็คุ้มค่าความเสี่ยง คุณลูกศิษย์คงนำความไปบอกเสี่ยอู๊ด เพื่อตบทรัพย์ เอ๊ย..เพื่อเรียกค่าที่ปรึกษาได้แล้ว
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ประกันอัคคีภัย #เคลมประกัน #รายจ่ายต้องห้าม #วางแผนภาษี #SME #ที่ปรึกษาบัญชี #ค่าเสียหาย


ไทย
EN


