คนอยากใหญ่
เทคนิคเสก "ของเก่าเก็บ"
ให้เป็น "ทุนจดทะเบียน"
แบบถูกต้องตามกฎหมาย!
"อยากเปิดบริษัทให้ดูน่าเชื่อถือทุนจดทะเบียนสัก 5 ล้านบาทแต่ผมมีเงินสดแค่ 2 แสนบาท ทำไงดีครับ?' นี่คือคำถามยอดฮิตของ Start-up และ SME ยุคใหม่ ที่อยากสร้างโปรไฟล์ให้ดูดี เพื่อดึงดูดลูกค้า แต่ติดที่ 'กระแสเงินสด' ไม่เอื้ออำนวย หลายคนเลือกทางผิด ไปกู้หนี้ยืมสินมาโชว์ หรือลงบัญชีหลอกๆ ซึ่งเสี่ยงคุกตาราง!
อาจารย์ต้องเข้าใจนะครับว่า ในวงการธุรกิจ "ทุนจดทะเบียน" เปรียบเสมือนหน้าตาและกล้ามเนื้อ ของบริษัทครับ ยิ่งทุนเยอะยิ่งดูน่าเชื่อถือดูมั่นคง คู่ค้าก็กล้าดีลงานด้วยแต่ Pain Point ของผมในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบการตัวเล็กๆ คือ "ใจใหญ่แต่เงินน้อย" อยากจดทุน 1 ล้าน หรือ 5 ล้าน แต่ในบัญชีมีเงินนอนนิ่งๆ อยู่แค่หลักแสน ครั้นจะไปกู้นอกระบบมาใส่บัญชีโชว์ก็เสี่ยงเกินไป เกรงว่าจะหมุนเงินมาคืนเค้าไม่ทัน
ว่ากันตรงๆ ผมมีเงินเก็บสดๆ แค่ 200,000 บาท ถ้าจดทะเบียนแค่นี้ ก็คงรับงานใหญ่ไม่ได้ จะไปหาเงินล้านจากไหน? มีคนบอกว่าจดๆ ไปเถอะ อย่าคิดมาก ใครเค้าก็ทำกันแบบนี้ ไม่มีใครมาสนใจหรอก ได้หนังสือรับรองบอกว่าทุน 5 ล้าน ก็จบเรื่องแยกย้าย ใจก็อยากทำ แต่ใจนึงก็กลัว เลยต้องจุดธูปเชิญ เอ๊ย..แวะมาหาอาจารย์ปราบ เพื่อขอความมั่นใจก่อนลงมือ
กฎหมายบอกว่า
ไม่ต้องใช้เงินก็ได้!
เดี๋ยวก่อนใจเย็น อย่าเพิ่งผลีผลาม ทำอะไรไปจะกลายเป็นบกพร่องโดยสุจริต ต้องถอดถอนกันอีก...รู้ไหมครับว่า กฎหมายไทยอนุญาตให้คุณใช้ 'รถยนต์ส่วนตัว, คอมพิวเตอร์, หรือแม้แต่ค่าแรง' มาตีราคาเป็นค่าหุ้นได้? แถมทำแล้วได้ประโยชน์ทางภาษีถึง 4 เด้ง! ยืนยันพันธงว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) และคุณสรรพ์ท่านอนุญาตให้ผู้ถือหุ้น "ชำระค่าหุ้นด้วย ทรัพย์สินอื่นนอกจากเงิน" ได้ครับ!
จากการเดินสำรวจพบว่ามีทรัพย์สินตกสำรวจที่นำมาใช้ได้มากมายเช่น
● รถยนต์ส่วนตัว: (ที่ผ่อนหมดแล้ว) ตีราคาตลาดได้ 1,000,000 บาท
● อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Mac Pro & จอเทพ: ตีราคาได้ 800,000 บาท
● ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์/ผลงานออกแบบเดิม ตีมูลค่าได้ 1,000,000 บาท
เมื่อรวมกับเงินสดที่มี 200,000 บาท คุณลูกศิษย์สามารถจดทะเบียนบริษัทด้วยทุน 3,000,000 บาท ได้สบายๆ โดยการโอนชื่อเจ้าของรถและอุปกรณ์ เข้ามาเป็นของบริษัทแทนการจ่ายเงินสด! ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินประโยชน์ 4 เด้ง! นอกจากจะทำให้ทุนจดทะเบียน "บวมเป่ง" สมใจแล้ว ยังได้ประโยชน์ทางภาษี แบบ Combo Set ถึง 4 ต่อ
เด้งที่ 1: หน้าใหญ่ ใจโต (Image & Credibility) บริษัทมีทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท โชว์ใน หนังสือรับรอง (บอจ.5) ดูน่าเชื่อถือกว่าบริษัททุน 2 แสนบาท หลายเท่า ลูกค้าองค์กรใหญ่เห็นแล้วสบายใจ กล้าเซ็นสัญญาจ้างงาน
เด้งที่ 2: สร้าง "เกราะกันภาษี" (Expense Shield) เมื่อโอนรถและคอมพิวเตอร์ เข้ามาเป็นทรัพย์สินของบริษัท บริษัทสามารถนำมูลค่าเหล่านี้มา "คิดค่าเสื่อมราคา" (Depreciation) หักเป็นรายจ่ายบริษัทได้ทุกปี! รถยนต์ 1,000,000 บาท: ตัดค่าเสื่อม 5 ปี = หักรายจ่ายได้ปีละ 200,000 บาท ช่วยลดกำไรสุทธิ ทำให้เสียนิติบุคคลน้อยลง โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดซื้อของใหม่!
เด้งที่ 3: เจ้าของรอดภาษีขาย (Personal Tax Exemption) การที่เราโอนทรัพย์สินส่วนตัว (สังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้มุ่งค้าหากำไร)ให้บริษัท คุณสรรพ์เมตตาถือว่า ต้องขายของเก่ากิน เอ๊ย..ถือว่า ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42(9) แปลว่าไม่ต้องเอามูลค่ารถที่โอนไปรวมคำนวณภาษี ปลายปี (ถ้าไม่ได้ทำธุรกิจขายรถเป็นอาชีพ)
เด้งที่ 4: ไม่โดน VAT (No VAT) เนื่องจากเราขายรถยนต์ที่ใช้เป็นการส่วนตัว ไม่ได้ประกอบอาชีพขายรถยนต์ ไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ การโอนรถหรือคอมฯ ให้บริษัทไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ครับ บริษัทรับของมาเต็มๆ ไม่ต้องควักเนื้อจ่าย VAT เพิ่ม
เหรียญมีสองด้าน
ด้านที่ต้องระวัง
ต้องโอนจริง ระบุในประชุมจัดตั้งให้ชัดเจน และต้องไปโอนเล่มทะเบียนรถที่ขนส่ง ให้เป็นชื่อบริษัทจริงๆ (ห้ามโอนทิพย์) ราคาต้องสมเหตุสมผล ราคาที่ตีค่าหุ้นต้องอิงตามราคาตลาด (Market Price) ณ วันนั้น อย่าเวอร์เกินจริง เดี๋ยวคุณสรรพ์เพ่งเล็ง หากเป็นการจ่ายค่าตอบแทนการทำงาน เช่น ค่าเขียนโปรแกรมที่ทำไปแล้ว ทำได้แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่า เป็นงานที่ส่งมอบแล้ว และอาจถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา (ต่างจากทรัพย์สินส่วนตัว) ต้องวางแผนดีๆ
บทสรุปอย่าโตแบบเสี่ยงๆ ให้มืออาชีพช่วยดีกว่า เห็นไหมครับว่า "ความรู้ทางภาษี" คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด การรู้เทคนิคนี้ช่วยให้เราตั้งบริษัทในฝันได้ โดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน แต่การประเมินราคาทรัพย์สิน, การทำเอกสารโอนหุ้น และการบันทึกบัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่อง ละเอียดอ่อนที่พลาดไม่ได้ ถ้าคุณกำลังคิดจะจดทะเบียนบริษัทหรืออยากเพิ่มทุน แต่เงินสดไม่พอ หา"ที่ปรึกษาบัญชีและภาษีมืออาชีพ" มาช่วยวางแผนโครงสร้างธุรกิจ" ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้คุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนและไร้รอยต่อดีกว่าครับ!
#จดทะเบียนบริษัท #เพิ่มทุน #ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สิน #วางแผนภาษี #SME #ที่ปรึกษาบัญชี #ค่าเสื่อมราคา #StartUp


ไทย
EN


