จด VAT ฟรี

 

 

จด VAT ฟรี

" ของขวัญหรือยาพิษ?

บทเรียนราคาแพงของความ"น่าเชื่อถือ"

แต่ยังไม่พร้อม! 

 

“พี่ครับ จด VAT ไปเลยไหม? ช่วงนี้มีโปรฯ จดให้ฟรีถ้ามาจดทีหลังคิด 5,000 นะ” ประโยคเชิญชวนจากนักบัญชีที่ฟังดูคุ้มแสนคุ้ม... ใครล่ะจะไม่อยากประหยัดเงิน 5,000 บาท? แต่หารู้ไม่ว่า การเซ็นชื่อตกลงในวันนั้น คือจุดเริ่มต้นของ “ฝันร้าย” ที่ตามหลอกหลอนผู้ประกอบการรายเล็กมานักต่อนัก! ทั้งที่ยอดขายยังไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้าน แต่กลับต้องมานั่งเสียค่าปรับรายเดือน โดนเบี้ยปรับ 2 เท่า และเงินเพิ่มอีกบานตะไท เพียงเพราะคำว่า 'อยากให้บริษัทดูน่าเชื่อถือ'

 

ในโลกของการทำธุรกิจ ก้าวแรกมักสวยงามเสมอครับ... เรามีความฝัน ไฟแรง และอยากทำให้ทุกอย่าง "ถูกต้อง" และ "ดูดี" ที่สุดตั้งแต่วันแรกแต่อย่าลืมนะครับว่า "ความดูดี มีราคาที่ต้องจ่าย" เสมอ โดยเฉพาะเรื่องภาษี

 

 กับดักโปรโมชั่น

"จดฟรีตอนนี้ ดีกว่าเสียตังค์ทีหลัง"

 

เรื่องมันเริ่มตอนที่ผมวางแผนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทครับ ด้วยความที่เป็นมือใหม่ใครแนะนำอะไรก็เชื่อ เพราะได้ยินมาว่ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดจะไม่หล่อ พี่ที่เค้ารับดำเนินการจดทะเบียน เค้าบอกว่าน้องไหนๆ ก็จดบริษัทแล้ว จด VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ไปด้วยเลยบริษัทจะได้ดูน่าเชื่อถือ เวลาดีลงานลูกค้าเขาจะมั่นใจตอนนี้มีโปรฯ จดให้ฟรีครับ ถ้ามาขอจดทีหลังผมต้องคิดค่าวิ่งงาน 5,000 นะ สัญชาตญาณนักช้อปของผมทำงานทันที...ประหยัดไปตั้ง 5,000 บาท แถมบริษัทดูโปรฯ น่าเชื่อถือ รออะไรล่ะครับ จัดไปเลยครับพี่! หารู้ไม่ว่านั่นคือ การเซ็นสัญญากับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะก่อตัวขึ้น

 

พายุมาเยือน

จดหมายรักจากคุณสรรพ์

ส่งตรงถึงบริษัท

 

หนึ่งปีผ่านไปธุรกิจของผมก็ล้มลุกคลุกคลานตามประสา SME มือใหม่ยอดขายเดือนละแสนนิดๆ ปีนึงรวมๆ แล้วได้ประมาณ 1.2 ล้านบาทซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ที่กฎหมายบังคับให้จด VAT อดคิดไม่ได้ว่ายอดขายไม่ถึงเกณฑ์ไม่น่าจะไปจด VAT เพราะเสียดายโปรจดฟรีเลยแต่รายได้ไม่ถึงฆาต เอ๊ยไม่ถึงเกณฑ์แค่เผลจดภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วคงไม่มีอะไรมั้ง

 

จนกระทั่งวันหนึ่งท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักในฤดูร้อน มีจดหมายตราครุฑส่งตรงถึงบ้าน อ่านแล้วจับใจความได้ว่า "ขอเชิญพบเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และขอให้ส่งรายงาน ภาษีซื้อ-ภาษีขาย ย้อนหลัง 9 เดือน! ผมได้ส่ายหน้าแบบเซ็ง บ่นเบาพอให้ได้ยินกันไม่กี่คน เพราะกลัวเสียงไปถึงหูคุณสรรพ์ว่า เฮ้ย! รายได้ผมไม่ถึง 1.8 ล้านนะ จะมาตรวจอะไรผม

 

 ความจริงที่เจ็บปวด

เข้าแล้วออกยาก (มาก)

 

ผมมั่นหน้า เอ๊ย..มั่นใจมากว่า ตัวเองถูกยอมจดทะเบียนเข้า VAT ทั้งที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ เท่ากับยืนยันว่าพร้อมที่จะเข้าระบบไม่หลีกไม่หนี แค่รอให้มีรายได้ถึงก็นำส่ง ผมเลยตั้งใจจะไปพบ เพื่อเปิดอกคุยกันแบบแมนๆ แต่ไม่รู้ทำไมพวงมาลัยมันหมุนเลี้ยวมาหาอาจารย์ปราบที่ออฟฟิศซะได้ ไหนๆ ก็มาแล้ว อาจารย์ก็เป่ากระหม่อมให้แคล้วคลาดหน่อยละกันครับ

 

ผมได้แต่อมยิ้มเอ็นดูในความบกพร่องโดยสุจริตอีกครั้ง โดยบอกเล่าให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนทุกครั้งที่ต้องบรรยายอยู่หน้าห้องว่า การจดทะเบียน VAT ด้วยความสมัครใจ โดยรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียน ถือเป็นสิ่งที่ดี เป็นการเตรียมตัวที่จะทำหน้าที่ผู้เสียภาษีที่ดี แต่เมื่อเราตัดสินใจยื่นคำขอจดทะเบียน (ภ.พ.01)แปลงร่างเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนไปแล้ว ไม่ว่ารายได้จะกี่บาทกี่สตางค์ เราก็มีหน้าที่ต้องทำทันทีไม่ว่าจะเป็น

 

-  ออกใบกำกับภาษีขายทุกครั้ง (แม้จะขาย 1 บาท)

-  ทำรายงานภาษีซื้อ-รายงานภาษีขาย ทุกเดือน

-  ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน (แม้เดือนนั้นจะขายไม่ได้สักบาท ก็ต้องยื่นแบบเปล่า!)

 

ผิดเป็นครูอีกไม่นาน ลูกศิษย์ของผมคงได้เป็นครูใหญ่แน่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา คุณลูกศิษย์ไม่เคย ยื่นแบบ ภ.พ.30 เพราะเข้าใจผิดว่ายอดไม่ถึงไม่ต้องยื่น ผลกรรมที่ตามมาคือ "คอมโบเซ็ต" ชุดใหญ่ ไฟกระพริบ ค่าปรับอาญาไม่ยื่นแบบ เดือนละ 500 บาท x 12 เดือน = 6,000 บาท, เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้าง สรุปว่า "โปรโมชั่นจดฟรี 5,000 บาท" ในวันนั้น แลกมาด้วย "ค่าปรับหลักหมื่น" ในวันนี้... คุ้มไหมครับเนี่ย?

 

บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า ความพร้อมสำคัญกว่าความน่าเชื่อถือ การใช้สิทธิไม่จด VAT จนกว่า จะจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อรายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท มีข้อดีหลายเรื่องเช่น สินค้าถูกกว่าคู่แข่ง 7% : คุณตั้งราคาขาย 100 บาท เข้ากระเป๋าเต็มๆ ไม่ต้องบวก VAT เป็น 107 บาท ทำให้แข่งขันง่ายกว่า ลดงานเอกสารไม่ต้องทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูป ไม่ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน เอาเวลาไปหาลูกค้าดีกว่า ไม่มีความเสี่ยง ค่าปรับตัดปัญหา เรื่องลืมยื่นแบบหรือยื่นผิดไปได้เลย

 

เมื่อรายได้ใกล้แตะ 1.8 ล้านบาท อันนี้ไฟลท์บังคับต้องรีบจดภายใน 30 วัน เมื่อลูกค้าหลักเป็นบริษัทใหญ่ ถ้าลูกค้าขอใบกำกับภาษีเพื่อไปเบิกบริษัท อันนี้จดแล้วคุ้ม เพราะขยาย ฐานลูกค้าได้ เมื่อธุรกิจมีภาษีซื้อเยอะมาก ถ้าต้นทุนส่วนใหญ่ของคุณมี VAT (เช่น ซื้อของมาขายต่อ) การจด VAT จะช่วยให้ขอคืนภาษีซื้อได้

 

บทสรุป: อย่าฝากชีวิตไว้กับโปรโมชั่น

 

การทำธุรกิจอย่าเห็นแก่ของฟรีเล็กๆ น้อยๆ การจด VAT คือ การเปลี่ยนสถานะทางภาษีครั้งใหญ่ ต้องดูความพร้อมของระบบหลังบ้านเป็นหลัก ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ อยากเท่ห์อยากน่าเชื่อถือ ถ้าคุณกำลังสับสนว่า "ตกลงฉันควรจดหรือไม่จด?" หรือ "จดไปแล้วจะแก้ไขยังไง?" อย่าเดาเองครับมองหา "ที่ปรึกษาบัญชีและภาษีมืออาชีพ" มาช่วยวิเคราะห์เถอะครับ หรือยอมจ่ายค่าที่ปรึกษาเพื่อวางแผนให้ถูกต้อง "ถูกกว่า" การจ่ายค่าปรับให้สรรพากรแน่นอน

 

#จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม #VAT #ภพ30 #ค่าปรับสรรพากร #ผู้ประกอบการใหม่ #SME #ที่ปรึกษาบัญชี #วางแผนภาษี

 

 

 

NEED SOME BUSINESS SUGESSION?

WE CAN HELP YOU

เราภูมิใจเป็นอย่างมากหากท่านสามารถใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนนักธุรกิจ นักบัญชี ภาษี และอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่...อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาที่ปรึกษาในการแวะเวียนมาบรรเลงใน msgconsultant.com ประกอบด้วย

We are very proud if you can take advantage or forward the information to the business tax accountants and others to apply and to take full advantage of them. However, knowledge that has been in favor of those that came into play.

Related Site :

บริษัท เอ็มเอสจี คอนซัลแทนท์ จำกัด

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
โทร. 02-803-6820, 02-803-6821, 02-803-6822
แฟกซ์ 02-903-0080 ต่อ 6823
Email : info@msgconsultant.com