ประกันบริการ
"อย่าจมอยู่กับอดีต เพราะมันไม่ได้ประโยชน์อะไร
อย่าจริงจังกับปัจจุบันมากไปเพราะชีวิตยังคงต้องเดินต่อ"
คิดเอาว่าใช่ต้องใช่แน่ๆ มันเป็นอะไรที่พูดยาก ต้องให้เธอแก้ ทำสัญญาเช่าที่ไหน เค้าก็ต้องเรียกเก็บเงินมัดจำกันทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะคนเช่าเป็นใครก็ไม่รู้ มาอาศัยอยู่ใน อสังหาริมทรัพย์ที่เราเช่า เผลอไม่ได้ไปตรวจตราดูแล เลิกเช่าหรือหนีไม่จ่ายค่าเช่า อาจจะต้องควักเงินมาซ่อมกันบาน ดีไม่ดีหนักกว่าเงินค่าเช่าที่ได้รับมาเสียอีก ใครจะไปรู้ว่าเงินมัดจำจะกลายเป็นค่าเช่าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไปได้แล้ว ที่สงสัยและต้องตามสืบต่อคือ ถ้าต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ถึงเวลาผู้เช่าอยู่จนครบสัญญาและบอกเลิกสัญญาเช่า หิ้วกระเป๋าออกจากบ้านหลังน้อยของ พจมาน เอ๊ย..ออกจากบ้านหลังน้อยที่เช่า เวลาจะคืนเงินจะต้องคืนกันอย่างไร คืนเงินก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือคืนเงินหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย
คืนเงินหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้เช่าอาจจะโวยว่าได้เงินไม่ครบ แต่ถ้าคืนเงินก่อนหักผู้ให้เช่า ก็เสียเงินเกินว่าที่ได้รับมา ใครจะรับผิดชอบมาบอกกล่าวเรื่องนี้ หันซ้ายหันขวาไม่เป็นใครดีไปกว่า อ.ปราบคนดีของเรา ต้องมาไขข้อข้องใจ จะได้นำไปคุยกับผู้ให้เช่าตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่มีปัญหาวันหน้า เพราะผมในฐานะผู้เช่าจ่ายเงินประกันไปเต็มเม็ด ก็อยากได้คืนเต็มหน่วย
การตอบคำถามนี้ เราต้องแยกให้ชัด เมื่อเงินประกันที่ได้รับถือเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่า ผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคลก็มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อหักแล้วก็ไม่ได้เก็บเข้าพกเข้าห่อ แต่ต้องนำส่งคุณสรรพ์ภายในวันที่ 7 เดือน 7 เอ๊ย..ของเดือนถัดไป อย่างไม่บิดพลิ้ว ผู้จ่ายค่าเช่าหาได้เม้มไว้ใช้เองไม่ ส่วนผู้ให้เช่าก็สามารถนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักไว้ ไปขอคืนได้ตามสิทธิ์ เท่ากับว่าผู้เช่าได้จ่ายเงินประกันเต็มจำนวน ผู้ให้เช่าก็ได้รับเงินประกันเต็มจำนวน เวลาคืนก็ต้องคืนกันเต็มตามจำนวนที่วางเป็นประกันไว้ ยกเว้นหากมีค่าความเสียหายอะไรเกิดขึ้น จะหักอะไรก็ว่ากันไป
เงินประกันที่จ่ายให้กับผู้ให้เช่า ถือเป็นรายได้ของผู้ให้เช่า โดนไปแล้วหนึ่งยก ตอนคืนเงินประกัน แม้จะได้รับเงินแต่ก็ไม่ได้ทำให้กลายเป็นเงินได้ของผู้เช่า ที่ต้องนำมารวมเป็นรายได้ แต่ถือเป็นการชำระคืนหนี้หรือภาระผูกพันตามสัญญาเช่า เมื่อไม่เป็นรายได้ตอนจ่ายคืน ผู้ให้เช่าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โอมะ จบป่ะ
อธิบายเรื่องนี้แล้ว ก็นึกขึ้นได้ว่า คุณพี่คนถามก็เป็นคนที่มีอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามากมาย คงน่าจะมีเคสปวดใจ เลยแอบหยิบนำมาถามไถ่ แว่วมาว่ามีทั้งรายได้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายได้ค่าส่วนกลาง เช่น ค่าจอดรถ, ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ ไม่รู้ว่ารายได้ส่วนนี้หลุดหลงเกินไป 1.8 ล้านบาท หรือเปล่า อย่าเผลอคิดว่าให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้น เลยจะเหมารวมไปหมด เพราะรายได้จากการให้บริการอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องไปชำระบาป เอ๊ย..ไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เรียกเก็บภาษีขายจากการให้บริการ และนำส่งด้วยนาจะหาว่าไม่เตือน
เมื่อเรียกเก็บค่าเช่าและค่าบริการ ไม่ว่าจะเรียกเก็บเป็นเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกันทั้งค่าเช่าและการให้บริการ จะต้องนำมูลค่าของค่าบริการที่เรียกเก็บมารวม คำนวณเป็นมูลค่า เพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยนา โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่นเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 78/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร
บอกกล่าวในฝั่งผู้รับเงินไปแล้ว มาบอกกล่าวในฝั่งผู้จ่ายเงินกันบ้าง เพราะอาจจะเกิดเหตุ บกพร่องโดยสุจริตได้ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่า เพราะมีเงื่อนไขยกเว้น ไม่ถือเป็นรายได้ทำให้ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่หลายข้อ ถ้าจำไม่ได้ก็ลองย้อนไปหาอ่านดู แต่พอเหตุเปลี่ยนผลก็เปลี่ยน เพราะการจ่ายเงินประกันการให้บริการ จะตกลงจ่ายกันกี่บาท คุณสรรพ์ท่านขอ ขอให้หักภาษี ณ ที่จ่ายทันที ไม่ต้องไปสืบหาว่าจ่ายเงินประกันเกิน 3 - 6 เท่าไหม มีข้อตกลงคืนเงิน เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าโดยไม่มีเงื่อนไขไหม Just Say No หักอย่างเดียว หักตั้งแต่บาทแรกเลย ย้ำเตือนก่อนอำลาว่า ระวังให้ดี ผิดหลงโดนปรับกันมาเยอะจริงๆ
#เช่าอสังหาริมทรัพย์ #เงินประกันการเช่า #เงินประกันความเสียหาย #เงินรับล่วงหน้า #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย#ค่าบริการ#เงินประกันการให้บริการ#อากรแสตมป์#สัญญาเช่าไม่เกิน 3 ปี


ไทย
EN


