หนี้กรรม

 

"เห็นมดย้ายรัง ฤดูฝนกำลังจะมา

เห็นท้องฟ้าเป็นสีแดง ฤดูมรสุมกำลังจะมา

เห็นคนรวยไหว้คนจน ฤดูเลือกตั้งกำลังจะมา"

 

เงินสดเยอะ ทำมาค้าขายรับเงินสด จ่ายเงินสดเกือบทั้งหมด มียอดเงินสดคงเหลือในบัญชี หรืองบการเงินจำนวนมากเป็นเรื่องผิดปกติธรรมชาติที่มีความเสี่ยง ที่จะถูกคุณสรรพ์สอย เอ๊ย..เรียกไปให้ ปากคำ เหนือฟ้าก็ยังมีที่ปรึกษาชั้นเซียน ที่มักจะมาเฉลยความลับที่คุณสรรพ์ไม่เคยบอกให้รู้ แลกกับค่าคอร์สหลายพันยันหลายหมื่น รวมถึงค่าที่ปรึกษาในการเสกเป่าให้เงินสดหายไป ด้วยราคาที่ใจหายพอกัน

 

จดทะเบียนใหญ่เกินจริง

จ่ายเงินไม่ลงบัญชี

 

ก่อนจะเรียกเก็บค่าคอร์ส เอ๊ย..ก่อนจะรู้ว่าเค้าเสกเป่ากันอย่างไร มาดูที่มาที่ไปกันก่อนว่า เงินสดมากที่ค้างอยู่ในงบการเงินเกิดได้ จากสาเหตุใดซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็มีหลายสาเหตุ เริ่มกันตั้งแต่ตอนจดทะบียน เผลอไปจดทะเบียนทุนใหญ่โต แต่มีเงินมาชำระนิดเดียว เพราะหลงผิดไปตามที่กูรูบอกว่า จดทะเบียนใหญ่ไปเถอะ ดูน่าเชื่อถือดีทำให้หลวมตัวจดทะเบียนไป 5 ล้านบาท ชำระเต็มมูลค่าแต่มีเงินจริงมา 5 แสนบาท หลักการบัญชีที่ท่องจำกันมาตั้งแต่ปี 1 ว่าทรัพย์สินเท่ากับหนี้สินรวมกับทุน เมื่อมีทุน 5 ล้านบาทแต่มีเงินมาชำระจริง 5 แสนบาท ผลต่างจะไปลงที่ตรงไหน คงเดาไม่ยาก นี่คงเป็นสาเหตุทำให้เงินสดท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

 

เรื่องแรกผ่านไป เรื่องสอง เรื่องสามค่อยๆ ผ่านมา นอกจากการจดทะบียนใหญ่เกินจริงแล้ว อีกเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือ การนำเรื่องการจ่ายชำระค่าใช้จ่ายของกิจการ กับการรายจ่ายต้องห้าม มาปะปนกัน ทั้งที่คุณสรรพ์กับพี่ชีเค้าก็ตกลงกันแล้วว่า เป็นคนละส่วน พี่ชีเค้าบอกว่าหากกิจการได้จ่ายชำระ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของกิจการ แสดงในงบการเงินได้ตามปกติ โดยใช้หลักเนื้อหาสำคัญกว่ารูป แบบภาษาปะกิตเค้าเรียกว่า Substance Over Form

 

สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นดวงดาว คนหนึ่งเห็นโคลนตม คุณสรรพ์บอกว่า หากปล่อยให้จ่ายเงินไปโดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ แม้จะยืนยันนั่งยันนอนยันว่าเกี่ยวกับกิจการจริง ต่อไปจะไปเก็บภาษีจากใคร จะกวาดต้อนใครเข้าระบบ ใครเค้าจะเชื่อ คุณสรรพ์ท่านเลยกำชับว่า รายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับเงินไม่ได้เป็นรายจ่ายต้องห้าม ห้ามไม่ให้นำมารวมเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี  ที่เค้าเรียกกันครึกโครมว่า รายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฏากร

 

บัญชีหักรายจ่ายได้ ภาษีหักรายจ่ายไม่ได้ แต่ไม่ยุ่งกับงบการเงิน เลยใช้วิธีให้นำมาบวกกลับ ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องควรทำ เพราะงบการเงินก็แสดงข้อมูลฐานะ การเงินที่แท้จริงของกิจการ เมื่อกิจการจ่ายเงินออกไป เงินก็ต้องหายไปกลายเป็นรายจ่ายในงบการเงิน ทำให้กำไรลดลง ส่วนภาษีจะลงโทษไม่ยอมให้เป็นรายจ่าย ในการคำนวณภาษีโดยให้บวกกลับ ก็เป็นอีกเรื่องนึง  ต้องแยกกันคนละเรื่อง

 

การแก้ปัญหาโดยไม่นำรายจ่ายที่กิจการจ่ายไป มาหักเป็นรายจ่ายในงบการเงิน ผลกระทบจะทำให้เงินสดหายไปก้อนแล้วก้อนเล่า พอต่อเนื่องไปนานวัน เงินจริงหมดกระเป๋า แต่เงินในงบการเงินยังคงเหลืออยู่เต็มจำนวน กลายเป็นปัญหาเงินสดล้นมือ ทำให้เป็นที่เพ่งเล็ง การยักย้ายถ่ายโอน เล่นแร่แปรธาติ ทำให้เงินหายไป ก็เลยต้องถูกหยิบนำมาใช้ เมื่อต้นเหตุเกิดจาก การที่กรรมการนำเงินมาชำระค่าหุ้นไม่ครบ หรือรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ ก็ให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้น เป็นผู้แบกรับผลกระทบไป โดยตั้งให้เป็นลูกหนี้ค่าหุ้นหรือลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการไปซะ คนกันเองไม่มีปัญหาฟ้องร้องดำเนินคดีกันแน่ เพียงเท่านี้เงินสดในงบการเงินก็จะไม่บวม ไม่เป็นที่เพ่งเล็งอีกต่อไป พอถึงเวลาก็ค่อยหาทางเคลียร์กันไป

 

การให้กู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย

คิดดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด

 

            พลิกวิกฤติเป็นวินาศหรือเปล่าไม่อยากจะเดา การย้ายเงินสดไปเป็นลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการ แม้จะไม่บวมที่เงินสด แต่รายการลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการ ก็เป็นอีกรายการที่คุณสรรพ์ท่านให้ความสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นรายการลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการ มันเข้าเต็มข้อล่อเต็มแข้งซัดเข้าตาข่ายโดยไม่ต้องเช็ค VAR เพราะคุณสรรพ์กำกับไว้มานานแล้วว่า เจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินรายได้  กรณีที่มีการให้กู้ยืมเงิน โดยไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด โดยไม่มีเหตุอันควร ไม่ได้คิดเองเออเอง แต่จากรึกไว้ในมาตรา 65 ทวิ (4) และไม่ได้เป็นความลับแม้เพียงสักนิด เพียงแต่อาจจะไม่เคยอ่านเพราะมันหนาหนักและเล็กนิดเดียว  เอ่อ..หมายถึงข้อความในประมวลรัษฏากรนะ  อย่าคิดเยอะ อย่าคิดมาก

 

            คุณสรรพ์ท่านจะยังคงแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด โดยจะตรวจสอบว่ากิจการได้คิดดอกเบี้ยจากเงินให้ กรรมการกู้ยืมหรือไม่ หากคิดดอกเบี้ยก็จะเช็คต่อไปอีกว่า คิดดอกเบี้ยต่ำไปหรือไม่ โดยจะดูว่ากิจการ มีภาระหนี้เงินกู้ยืมจากบุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินหรือไม่ และเสียดอกเบี้ยหรือไม่ หากเสียอัตราเท่าไหร่ พอรู้แล้วก็จะไปเช็คต่อว่า กิจการคิดดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืมเงินเท่ากันหรือสูงกว่าหรือไม่ และได้นำไปรวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคลครบ 3 เด้ง หรือไม่ เรียกว่าเนื้อหาเปลี่ยน สาระไม่เปลี่ยน ย้ายจากเงินสดไปเป็นลูกหนี้กรรมการ ที่คุณสรรพ์ท่านยังดูแล เป็นพิเศษเหมือนเดิม

 

            รู้ตัวว่าผิดก็แก้ไขให้ถูก ทุกรายจ่ายที่กิจการจ่ายไป ไม่ว่าคุณสรรพ์จะยอมรับหรือไม่ ให้นำมาบันทึกบัญชีเป็นทรัพย์สินหรือรายจ่ายในงบการเงินให้ถูกต้อง เพื่อเสกให้เงินที่หายไปกลายเป็นรายจ่าย หรือทรัพย์สิน ไม่ต้องเบ่งบานงอกเงยเป็น เงินสดหรือลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการให้เปลืองตัว

 

#รายจ่ายเพื่อการลงทุน #รายจ่ายเพื่อหารายได้ #เงินสด #ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ลูกหนี้ค่าหุ้น #ภาษีหักณที่จ่าย #ภาษีธุรกิจเฉพาะ #ค่าใช้จ่ายต้องห้าม #ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม

NEED SOME BUSINESS SUGESSION?

WE CAN HELP YOU

เราภูมิใจเป็นอย่างมากหากท่านสามารถใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนนักธุรกิจ นักบัญชี ภาษี และอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่...อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาที่ปรึกษาในการแวะเวียนมาบรรเลงใน msgconsultant.com ประกอบด้วย

We are very proud if you can take advantage or forward the information to the business tax accountants and others to apply and to take full advantage of them. However, knowledge that has been in favor of those that came into play.

Related Site :

บริษัท เอ็มเอสจี คอนซัลแทนท์ จำกัด

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
โทร. 02-803-6820, 02-803-6821, 02-803-6822
แฟกซ์ 02-903-0080 ต่อ 6823
Email : info@msgconsultant.com