ตัดออก
เป็นธรรมดาที่ช่วงหนึ่งของชีวิต
ที่เราจะรู้สึกแย่
แต่ขออย่าท้อแท้
เพราะคงไม่มีใครแพ้ได้ทุกวัน
มีทองเท่าหนวดกุ้งนอนสะดุ้งจนเรือนไหว ต้องคอยดูและเอาใจใส่ ยิ่งถ้าหายใจแรงจนปลิวหายไป นี่ยิ่งกว่าสะดุ้ง เพราะอาจจะนอนไม่หลับไปหลายคืน เป็นเรื่องจริงไม่เคยโกหก ขนาดผมลงทุนซื้อทรัพย์สินมาใช้ในสำนักงาน นอกจากจะตัดเป็นรายจ่ายทั้งจำนวนในปีที่ซื้อไม่ได้ ต้องหักค่าเสื่อมราคาและสึกหรอตามอายุการใช้งาน พอใช้จนหมดอายุการใช้งาน พอถึงเวลาอยากจะเปลี่ยนใหม่ นอกจากจะต้องจ่ายเงินไปซื้อทรัพย์สินมาใช้งาน ทรัพย์สินเดิมที่ไม่ได้ใช้ยังคงค้างอยู่ในงบการเงิน ซึ่งน้องชีบอกว่าจะต้องตัดบัญชีทรัพย์สินที่ชำรุดไม่ได้ใช้งานออก ผมก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าจะตัดบัญชีทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งาน จะมีผลกระทบอะไรบ้างที่สำคัญที่สุดคือ จะเสียภาษีไหม และถ้าต้องเสียจะมากมายแค่ไหน
จำหน่ายจ่ายโอนถือเป็นการขาย
ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
ปัญหาปวดหัวที่มักตามหลอนเจ้าของกิจการ แม้กระทั่งผู้ทำบัญชีเรื่องนึงก็คือ ทรัพย์สินนี่ละ เพราะหลายคนมักคิดว่าพอทรัพย์สินใช้การไม่ได้ ก็โยนไปกองไว้หลังโรงงานบ้าง ลงถังขยะไปบ้าง หรือบางทีเอาจะไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า ถ้ามองผ่านแบบชั้นเดียวเชิงเดียวก็ไม่น่าจะมีอะไร เพราะทรัพย์สินใช้งานไม่ได้แล้วก็ต้องทิ้ง แต่เหนือฟ้ายังมีเมฆเหนือ ผู้ประกอบการยังมีคุณสรรพ์ ท่านบอกไว้ว่าการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สิน ไม่ว่ามีหรือไม่มีค่าตอบแทนถือเป็นการขาย ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ราคาตลาดของทรัพย์สินที่โอนเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
ถ้าขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า หรือบุคคลภายนอกพอจะถือได้ว่า เป็นการขายในราคาตลาด สามารถนำราคาขายมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มนำส่ง จะคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มแบบแยกนอกหรือรวมในก็ว่าไป ขอแค่จัดทำใบกำกับภาษีส่งมอบ และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป คุณสรรพ์ก็พอจะยกประโยชน์ให้จำเลยได้ แต่ที่ผ่านมามักตกม้าตอนจบ ไม่ได้ยื่นนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า ชดใช้ความบกพร่องโดยสุจริต ด้วยเบี้ยปรับเงินเพิ่มทุกคราไป
ทำลายไม่แจ้ง
นำส่งภาษีขาย
หากคิดว่าไม่ได้ขายแต่ทำลาย จะนำต้นทุนที่เหลืออยู่มาหักเป็นรายจ่าย รวมถึงไม่ต้องนำส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดผิดต้องคิดใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ซื้อทรัพย์สินมาราคา 100,0000 บาท ตัดค่าเสื่อมราคาและสึกหรอไปแล้วรวม 80,000 บาท เหลือมูลค่าทรัพย์สิน 20,000 บาท แต่ทรัพย์สินยับเยินไม่อยู่ในภาพใช้งานได้เลยนำไปทิ้ง ส่วนน้องชีก็นำหลักฐาน มาปรับปรุงทรัพย์สินออกจากงบการเงิน โดยบันทึกเป็นขาดทุนจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นรายจ่ายทางบัญชี นำไปหักจากรายได้ในงบการเงิน หากทำถูกทำได้ครบถ้วนตามกติกา จะสามารถนำมูลค่าทรัพย์สินที่ลำลายหักเป็นรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิได้ รวมถึงไม่ถือเป็น การขายไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าทรัพย์สินที่ทำลายด้วย
หากผิดผี เอ๊ย..ผิดเงื่อนไขไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของคุณสรรพ์ทั้ง ป.58 และป.79/2541 โดนสองเด้ง ต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากราคา 20,000 บาท แต่ไม่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีส่งมอบให้กับใคร เพราะไม่ได้ขายให้ใคร จากนั้นนำมูลค่าทรัพย์สินและภาษีมูลค่าเพิ่มไปลงรายการไว้ในรายงานภาษีขายอย่างเดียว และแนบรายละเอียดของสินทรัพย์ ที่ตัดจำหน่ายไว้ด้วย จะได้เป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ
มูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่คือ 20,000 บาท เมื่อทำลาย, ทิ้งหรือยกเลิกการใช้ ถือเป็นผลขาดทุนจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน หากทำถูกต้องก็หักเป็นรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิได้ แต่หากผิดเงื่อนไขก็ต้องนำไปบวกกับทางภาษี มีผลเท่ากับ ไม่สามารถหักเป็นรายจ่ายทางภาษี ทรัพย์สินย่อมไม่สูญสลาย หากถึงเวลาที่จะสูญสลายหายไป เลิกใช้ หรือล่องหนหายไปจริง ลืมนึกถึงภาษีแล้ว ชีวีจะปลอดภัย
#รายจ่ายเพื่อการลงทุน #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #ทำลายทรัพย์สิน #ค่าเสื่อมราคาและสึกหรอ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ขาดทุนจากการตัดบัญชีทรัพย์สิน #จำหน่ายจ่ายโอน #เลิกใช้ทรัพย์สิน #อายุการใช้งาน


ไทย
EN


