หักย้อนหลัง
"ตามองเห็นสิ่งที่ไกลได้
แต่ไม่สามารถมองเห็นคิ้วของตน
คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้น
คนฉลาดจะมองไปยังอนาคต"
เรื่องแบบนี้ไม่โดนกับใครก็ไม่รู้สึก ทั้งที่อ่านเรื่องราวของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย บอกเล่าบทเรียนของความไม่รู้ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ชนิดที่ว่าต้องทำงานอีกกี่ปีกี่เดือนก็ไม่รู้ว่า จะกลับมาลืมตาอ้าปากได้เหมือนเดิมไหม แม้จะเห็นใจแต่ก็ไม่ Touch ใจคงเป็นเพราะไม่ต้องควักกระเป๋าของตัวเองมาจ่ายเงิน เลยทำให้ไม่รู้สึกได้แต่เห็นใจ แต่ก็อดดีใจแทนคุณสรรพ์ไม่ได้ว่าเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
จนมาเห็นกับตาจนพาใจมาเจ็บ โดนคุณสรรพ์เรียกไปบรรยายว่า ที่ผ่านมายื่นรายได้ไม่ครบถ้วนหรือจะเรียกว่าไม่ได้ยื่นเลยก็ว่าได้ หลังจากบอกเล่าเรื่องราวสิทธิและหน้าที่ของผู้มีเงินได้ ที่ต้องเสียภาษีมาตั้งนานสองนาน แม้จะจำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่จำฝังใจ ตรงที่คุณสรรพ์บอกตัวเลขภาษีที่ต้องเสียย้อนหลัง ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารวมถึงเงินเพิ่มที่ไม่ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด นั่นก็ทำเอาตกอกตกใจแล้ว พอได้ยินว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะรายได้ถึงเกณฑ์ ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ไม่ได้จด งานนี้ต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับเบี้ยปรับเงินเพิ่มมากเพียงพอ ที่จะทำให้คิดถึงทางหนีก่อน จะคิดหาเงินมาจ่ายภาษีด้วยซ้ำ
แม้จะงงว่า ก็ไม่ได้จด VAT แล้วทำไมต้องจ่าย VAT แต่คุณสรรพ์ไม่ปล่อยให้ความสงสัยลอยนวล อธิบายเป็นฉากว่ารายได้จากการขายสินค้าของหนู เป็นกิจการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากไม่จดทะเบียนเพราะรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี อันนี้คุณสรรพ์จะไม่ว่าไม่ทักท้วง แต่จากการจับยามสามตา เอ๊ย..จากการตรวจสอบ Statment ตัวเลขเรียงหน้ามารายงานตัวว่า รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ไปไกลโขทำให้คุณน้องต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีรายได้เกิน ไม่จดก็ต้องอย่าให้จับได้ เพราะถ้าจับได้เท่ากับว่าต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม จากยอดขายส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาท แถมด้วยเบี้ยปรับ 2 เท่า ตบท้ายด้วยเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ไอ้เรื่องนัดกินข้าวและขอค่าขนมเล็กน้อย เพื่อปัดเป่าภาษีจากหนักให้เป็นเบา เรื่องนี้คุณสรรพ์ไม่เคยทำ
ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ
นำมาหักจากภาษีขายได้
หายงง หายมึน และหายสงสัยแทบจะในทันทีว่า ทำไมพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ ถึงพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่าโดนภาษีอาน จ่ายค่าความรู้ด้วยเงินที่หามาเกือบทั้งชีวิต แต่ฟ้าดินคงเห็นใจในความพยายามของหนู เพราะในช่วงที่ผ่านมาซื้อสินค้ามาขายหรือจ่ายค่าบริการทั้งหลาย เมื่อได้รับใบกำกับภาษีมาแม้จะยังไม่รู้ว่า จะนำมาใช้ประโยชน์อะไร แต่ก็เก็บไว้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินและเป็นที่ระลึก จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า ภาษีซื้อที่จ่ายไป สามารถนำมาหักจากภาษีขายได้ ถ้ากลับไปรวบรวมคงจะนำมาหักได้เกือบหมด ภาษีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่ต้องจ่ายชำระน่าจะได้ไปต่อ
อุตส่าห์จำเรื่องภาษีซื้อนำมาหักจากภาษีขายได้ ถือว่ายังเป็นศิษย์มีครู แต่อ่านหนังสือยังไม่จบเรื่อง จะตีความเข้าข้างตัวเองไม่ได้ คุณสรรพ์ท่านกำหนดไว้จริงว่า ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ สามารถนำมาขอคืนโดยหักจากภาษีขายได้ แต่ต้องเริ่มต้นจากการที่เราจดทะเบียน เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน จึงจะได้สิทธินำภาษีซื้อมาหักจากภาษีขาย เมื่อคุณน้องไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้จะมีใบกำกับภาษีอยู่ในมือก็นำมาหักจากภาษีขายไม่ได้
เราต้องแยกกัน เพราะการที่คุณสรรพ์เรียกให้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งนี้ เป็นเพราะรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดให้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อรายได้เกินแต่ไม่ยอมจด เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ กับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คุณสรรพ์จึงต้องประเคน เอ๊ย..ประเมินเรียกให้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่เมื่อรายได้เกิน แต่ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง ซึ่งจะทำให้นำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นก่อนนั้นมาใช้ได้ งานนี้ควักกระเป๋าจ่ายเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่พอ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายชำระไปในครานี้ ยังไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้อีกต่างหาก เรียกว่าเสียแล้วเสียไปหาใหม่ดีกว่า เจ็บคราวนี้ต้องจำให้ขึ้นใจ ผิดกับใครอาจจะแค่เจ็บใจ แต่ผิดกับคุณสรรพ์เสียทั้งเงินและเสียทั้งใจ ยังจำไม่เคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว้
#ภาษีมูลค่าเพิ่ม #ภาษีขาย #ภาษีซื้อ #จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม #รายได้เกิน1.8 ล้านบาทต่อปี #เบี้ยปรับ #เงินเพิ่ม


ไทย
EN


