จ่ายตามจริง
เป็นธรรมดาที่ช่วงหนึ่งของชีวิต
ที่เราจะรู้สึกแย่
แต่ขออย่าท้อแท้
เพราะคงไม่มีใครแพ้ได้ทุกวัน
ทำไมผมต้องทำรายงานสินค้าคงเหลือด้วย ในเมื่อสินค้าผมก็ส่งไปให้ลูกค้าทั้งหมด เค้าสั่งมาแค่ไหนผมก็สั่งต่อ แต่ให้ Supplier ส่งสินค้าไปให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อมาเลย ไม่เคยมีสินค้าคงเหลือที่ผมสักนิด ถึงเวลาผมก็จ่ายเงินค่าสินค้าให้ Supplier และก็ไปรับเงินจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากผมไป แบบนี้ทำ Stock สินค้าไปก็ไร้ประโยชน์เป็นเพราะ Stock ก็เป็น 0 อยู่ดี
เรื่องของเรื่องคือลูกค้าให้ผมบริหารจัดการ เรื่องวัตถุดิบของเค้า ให้สาระสำคัญคือ เค้าจะแจ้งมาว่าจะผลิตอะไร ใช้วัตถุดิบเท่าไหร่ หน้าที่ของผมสรุปง่ายสั้นกระชับคือ ผมต้องเตรียมของเพียงพอให้เค้าผลิต ถ้าขาดตกบกพร่องผมโดน เช่นแจ้งว่าต้องการใช้วัตถุดิบ 100 ผมก็ต้องมีของ 100 ส่วนเค้าจะหยิบอะไรไปใช้ เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเค้า หยิบเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น พอถึงเวลาผมก็เรียกเก็บเงิน นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม จบป่ะ
จบแต่เจ็บหรือเปล่า ต้องรอดูตอนจบ การที่คุณพี่บอกว่าไม่ต้องทำ Stock เพราะซื้อมาขายไปจนหมด ไม่มีของเหลือก็เรื่องนึง แต่การที่คุณสรรพ์กำหนดไว้ ใครไม่ทำตามก็เรื่องนึง คุณสรรพ์ท่านลิขิตไว้แล้วว่า กิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ทำธุรกิจขายสินค้าต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ แต่คุณสรรพ์ก็หาได้ใจร้ายใจดำไม่ เพราะหากบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าที่จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้รับยกเว้น ไม่ต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ไม่มีคำไหนหลุดจากปากเลยว่า ถ้าขายหมดไม่ต้องทำรายงานสินค้าคงเหลือ ไม่ต้องห่วง โทษเบาก็ปรับเบาหน่อยไม่เกิน 10,000 บาท หนักหน่อยก็จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ถ้าหนักสุดก็ทั้งจำทั้งปรับ
แต่การที่คุณพี่นำสินค้าไปไว้ที่บริษัทของลูกค้า แม้จะยังไม่ได้ขาย แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้ามาหยิบใช้ มาเบิกใช้เอง ตามความพอใจ ชิ้นไหนไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาไปชิ้นไหนชอบหยิบไปใช้ ก็รายงานให้รู้ พร้อมกับจัดทำใบสั่งซื้อระบุรายละเอียดและจำนวนของสินค้าที่ใช้ไป ส่งมาให้คุณพี่ เพื่อจัดทำเอกสารการขาย เรียกเก็บเงินค่าสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม
งานจะเข้าก็ตรงนี้ละ เพราะการที่คุณพี่ส่งมอบสินค้าไปไว้ที่คลังของลูกค้า แม้จะยังได้นำไปใช้ ยังไม่ออกใบสั่งซื้อจนกว่าจะหยิบไปใช้ก็ตาม แต่คุณสรรพ์ท่านมีความเห็นที่แตกต่างออกไปว่า ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เป็นการขายสินค้าซึ่งอยู่ในบังคับ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คุณพี่มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษี พร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อ ตั้งแต่วันส่งมอบสินค้าไปแล้วจ้า งานนี้หนักไม่กลายเป็นเบา เพราะเบี้ยปรับเงินเพิ่มรออยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
พอตอนที่ลูกค้าใช้สินค้าและชำระเงิน จะกลายเป็นการชำระหนี้ ไม่ใช่การซื้อสินค้า ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องออกใบกำกับภาษี แล้วเท่ากับที่ทำอยู่ในปัจจุบันทำเกินไปอีก หากอยากจะขอคืนก็ต้องทำใจให้กล้าหน่อย
พอขายไม่เท่ากับซื้อ เท่ากับสินค้าที่นอนกองรอวันเบิกไปใช้ ก็ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณพี่ เท่ากับว่ายิ่งต้องทำรายงานสินค้าคงเหลือ ที่คิดว่าไม่ต้องทำกลับยิ่งต้องทำ เพราะจะได้รู้ว่าสินค้าของตัวเองยังเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน จะได้บริหารการซื้อบริหารเงินได้อย่างถูกต้อง มีเวลาเมื่อไหร่ก็หาเวลาไปตรวจนับสินค้าคงเหลือ จะได้รู้ว่าขาดหรือหายไปมากน้อยแค่ไหน จะได้กัดฟันกลืนเนื้อ ยอมรับผลขาดทุนโดยไม่ได้เจตนา
#จุดรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม #ส่งมอบสินค้า #โอนกรรมสิทธิ์ #ได้รับเงินค่าสินค้า #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #รายงานสินค้าคงเหลือ #เบี้ยปรับ #เงินเพิ่ม


ไทย
EN


