ยื่นไม่ยื่น
"วันวานสิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อคืน
ทุกวันคือจุดเริ่มต้นใหม่
เรียนทักษะของการลืมอดีต
แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ"
ทำไมในเมื่อเราเสียภาษีเงินได้ตอนขายที่ดินแล้ว ยังต้องเสียภาษีประจำปีอีกเหรอครับ แบบนี้มันก็เข้าข่ายเสียภาษีซ้ำเสียภาษีซ้อน ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ทำไมถึงมีคนบ่นกันอยู่ประจำว่า ทำได้เท่าไหร่ภาษีกินหมด แล้วแบบนี้ถ้าต้องเสียจะเสียเท่าไหร่ ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้คงต้องทำใจ หาเงินก้อนใหม่เพื่อไปเสียภาษี เพราะเงินเดิมใช้หมดไปตั้งแต่ตอนได้รับเงินจากการขายที่ดินแล้ว
เห็นข้อความบ่นเรื่องการเสียภาษีซ้ำซ้อนเต็มหน้าฟีด แถมด้วยมีบางคนเข้ามา comment หลายรูปทั้งซ้ำเติม ทั้งปลอบประโลมให้ทำใจโลกเราก็แบบนี้แหละ คนซื่อเสียภาษีมากคนฉลาดก็เสียภาษีน้อย ยอมตัดใจเป็นคนดีด้วยการเสียภาษีให้เต็มที่ไป ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เรื่องราวบัญชีการเงินและภาษี น่าจะเป็นเรื่องราวที่นำไปบรรจุอยู่ในภาคบังคับของการเรียนการสอน เพื่อมุ่งเน้นสร้างเสริมให้ลูกหลานเรามีจิตวิญญาณ มีความรู้พื้นฐานที่จำเป็น นำมาใช้ในการทำธุรกิจได้เสียจริงๆ
มุ่งค้าหากำไร
ไม่มุ่งค้าหากำไร
คุณสรรพ์ท่านไม่ได้จะเก็บภาษีซ้ำภาษีซ้อนอะไรอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่เนื่องจากการขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นนิติกรรมที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน ท่านก็เลยกำหนดไว้ว่า จะต้องชำระภาษีเงินได้ให้เรียบร้อย จึงจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งท่านก็ขอให้คุณพี่ดินของเราทำหน้าที่จัดเก็บและนำส่งให้แทน แต่ในการจัดเก็บภาษีในวันโอนกรรมสิทธิ์ จะให้มาตรวจสอบเช็คข้อมูลว่า ซื้อมาราคาเท่าไหร่มีรายจ่ายอะไรแล้ว จะคำนวณภาษีก็จะเป็นภาระมากเกินไป ท่านเลยกำหนดให้คำนวณภาษีเงินได้ เป็นการเหมาจ่ายโดย ไม่ว่าจะซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์กันในราคาเท่าไหร่ ท่านขอให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยใหัหักรายจ่ายเป็นการเหมาตามจำนวนปีที่ถือกรรมสิทธิ์
ถือกรรมสิทธิ์ระยะสั้นหักรายจ่ายเป็นการเหมาได้มาก ถือกรรมสิทธิ์ระยะยาวหักรายจ่ายเป็นการเหมาได้น้อยลง เมื่อหักรายจ่ายเป็นการเหมาแล้ว เหลือเงินได้เท่าไหร่ ให้นำจำนวนปีที่ถือกรรมสิทธิ์มาหารอีกครั้ง จะทำให้ได้เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยต่อปี จากนั้นนำเงินได้เฉลี่ยต่อปีไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราก้าวหน้า ได้เท่าไหร่คูณจำนวนปีที่ถือกรรมสิทธิ์ จะได้เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ต้องจ่ายชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ ว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่ถ้ารู้หลักการมีข้อมูลเพียงพอภาษี ก็เป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ สำหรับภาษีธุรกิจเฉพาะจะคำนวณเก็บอัตรา 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า ค่าธรรมเนียมจัดเก็บอัตรา 2 % จากราคาประเมินทุนทรัพย์ สามบาทขาดตัว เอ๊ย..ภาษีที่ต้องจ่ายชำระรวม 3 ตัว
ทั้งหมดที่ว่ามาคุณน้องคงเสียภาษีไปครบถ้วนแล้ว ที่ขัดข้องใจคงเป็นเรื่องว่า ทำไมต้องเสียภาษีเงินได้ประจำปีอีกครั้งขอตอบว่าในการคำนวณภาษีเงินได้วันโอนกรรมสิทธิ์จัดเก็บโดยไม่ได้พิจารณาว่า บุคคลธรรมดามีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ขายเท่าไหร่ แต่คำนวณหักเป็นการเหมาตามจำนวนปีที่ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งหากเป็นคนที่ประกอบธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์แล้วเสียภาษีในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เกิดการเสียภาษีที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลที่ทำธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์
คุณสรรพ์ท่านเลยกำหนดว่า หากบุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะขายที่ดินจัดสรรหรือไม่จัดสรร, ขายบ้านทาวน์เฮ้าส์, บ้านแฝด, บ้านเดี่ยว, คอนโดมิเนียม หรืออีกหลายรูปแบบ ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ทางการค้าหากำไร ต้องนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ไปรวมกับเงินได้อื่น เพื่อยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนกับนิติบุคคล โดยในการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้นำราคาประเมินทุนทรัพย์มาเป็นรายได้ เหมือนกับการเสียภาษีเงินได้วันโอนกรรมสิทธิ์ แต่ในการหักรายจ่ายท่านให้เลือกว่า จะหักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร โดยนำราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์มาหักเป็นรายจ่ายได้ ตามที่จ่ายไปจริง ไม่เท่านั้นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไม่ว่า จะเป็นค่านายหน้า, ค่าธรรมเนียมโอน, ภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนา ท่านให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้ทั้งหมด แต่ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าจ่ายไปจริง
หากไม่เคยเก็บหลักฐานในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เลย หรือเห็นว่าต้นทุนอาจจะน้องทำให้กำไรสูงเสียภาษีสูง ท่านก็ยังให้สิทธิเลือกหักรายจ่ายเป็นการเหมา 60% ของเงินได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เอ๊ย...พิสูจน์รายจ่ายเว้ากันซื่อๆ หักไปเลย 60% เหลือเท่าไหร่ค่อยนำไปรวมกับเงินได้อื่น เพื่อคำนวณภาษีเงินได้
หากเรามั่นใจว่าไม่เคยประกอบธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ เช่น ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จากการรับให้หรือมรดก หรือนานทีปีหนซื้ออสังหาริมทรัพย์มาเก็บไว้ และค่อยนำมาขายไม่ได้มุ่งค้าหากำไร คุณสรรพ์ท่านให้ทางเลือกว่า จะไม่นำมารวมกับเงินได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี หากพอใจกับภาษีที่ชำระแล้ววันโอนกรรมสิทธิ์ ก็เลือกไม่นำมายื่นคุณสรรพ์ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร วันเวลาผ่านไปคุณสรรพ์ท่านถามไถ่มา ก็อธิบายท่านไปว่าขายอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ได้มุ่งค้าหากำไร เนื่องจากได้มาจากการรับให้หรือมรดก แบบนี้ท่านก็เข้าใจและจะปล่อยเราให้ลอยนวล แฮ่..เข้าใจไม่มีประเด็นอะไรเพิ่มเติม แต่ถ้ารู้สึกว่าเสียภาษีไว้มากเกิน มั่นหน้า เอ๊ย...มั่นใจมากว่า ถ้านำไปรวมกับเงินได้อื่น หักรายจ่ายเป็นการเหมาหรือหักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควรแล้ว จะได้คืนก็ยื่นไปไม่มีใครว่า แต่ถ้าเข้าเงื่อนไขขายอสังหาริมทรัพย์ทางมุ่งค้าหากำไรแบบนี้ เข้าโหมดไฟลท์บังคับอย่าหลบอย่าหนีภาษี 10 ปีก็อาจจะไม่รอด
#ขายอสังหาริมทรัพย์ทางการค้าหากำไร #ขายอสังหาริมทรัพย์ได้มาโดยมรดก #ขายอสังหาริมทรัพย์จากการรับให้ #ภาษีเงินได้หักณ ที่จ่าย #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #หักรายจ่ายเป็นการเหมาะ #หักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร #ภาษีธุรกิจเฉพาะ #ค่าธรรมเนียมโอน #ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ #อากรแสตมป์ #ราคาประเมินทุนทรัพย์


ไทย
EN


