ป๋าเมิน
เป็นธรรมดาที่ช่วงหนึ่งของชีวิต
ที่เราจะรู้สึกแย่
แต่ขออย่าท้อแท้
เพราะคงไม่มีใครแพ้ได้ทุกวัน
ใครไม่โดนคงไม่รู้ว่า ปวดหัวข้างซ้ายแล้วย้ายมาข้างขวา แก้เรื่องโน้นโดนเรื่องนี้ เคยเห็นแต่เรื่องราวคนโดนประเมินภาษีผ่านSocial ใจนึงก็สงสาร ใจนึงก็อดคิดไม่ได้ว่าเสียภาษีนิดหน่อย แลกกับรายได้ที่ซุกอยู่ใต้พรหมมานาน ก็น่าจะพอรับได้ แต่พอถึงคราวหนูโดนเองบ้าง รู้สึกได้เลยว่าโลกช่างโหดร้ายกับหนูเหลือเกิน ช่วยเอ็นดูผู้หญิงคนนี้หน่อยได้ไหมคระ มีอย่างเหรอคะ จะมาเรียกเก็บ VAT หนูุย้อนหลัง 300,000 บาท หนูอธิบายอย่างไรก็ไม่ยอมฟัง จะเอาที่ไหนมาจ่าย มีรายได้ขายออนไลน์ทั้งปีแค่ 2.4 ล้านบาท แต่ต้นทุนสินค้าที่ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงค่าขนส่ง ค่าสินค้าเสียหายเคลมคืนไม่ได้ เหลือกำไรแค่ 10 %
หนูรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คนเก่งเรื่องการเก็บเอกสาร เวลาจะเสียภาษีเลยหาอะไรมาเป็นหลักฐานหักรายจ่ายไม่ได้ แต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาจากอ.ปราบนี่แหละว่า บุคคลธรรมดามีรายได้จากการขายสินค้า สามารถเลือกหักรายจ่ายเป็นการเหมาได้ 60% โดยไม่ต้องมีหลักฐานพิสูจน์รายจ่าย หนูก็อยากเป็นพลเมืองดีเสียภาษี เพื่อชาติก็ยื่นเสียภาษีไปเรียบร้อย แม้จะรู้สึกนอยด์เล็กน้อยว่า เสียภาษีมากกว่ากำไรที่ได้อีก อธิบายเรื่องนี้ให้คุณสรรพ์พร้อมยื่นแบบภงด. 90 ให้ดูแต่คุณสรรพ์ก็ไม่ยอมรับฟังเลย ต้องขอพักรบชั่วคราว กลับคืนที่ตั้ง และแบกหน้ามาขอความช่วยเหลือจาก อ.พี่ปราบนี่ละค่ะ
ขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ปรบมือให้กับความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะเป็นคนดีภาษีคุ้ม แฮ่..เป็นคนดีของสังคมมีรายได้เท่าไหร่ ก็ไม่หมกเม็ด นำไปยื่นเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหมด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือกลัวว่า ถ้าหลบรายได้ แต่คุณสรรพ์ท่านขอ Statement ไปตรวจเหมือน Influencer ชื่อดังทั้งหลาย ก็จะความแตก จำนนต่อหลักฐานก็สุด ที่จะคาดเดาเอาเป็นว่า ขอชื่นชมละกัน ก่อนที่จะไปโต้แย้งเรื่องภาษี ที่คุณสรรพ์ท่านประเมิน ขอยืนยันเสียงแข็งว่าเงินได้จากการขายสินค้า หรือให้บริการเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ซึ่งคุณสรรพ์ท่านให้สิทธิเลือกว่า จะหักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือจะหักรายจ่ายเป็นการเหมา 60% ของเงินได้ จะเลือกแบบไหน คุณสรรพ์ท่านยอมรับได้ทั้งหมด แถมปีนี้เลือกหักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร ปีหน้าจะเลือกหักรายจ่ายเป็นการเหมา คุณสรรพ์ท่านก็ยอมเปลี่ยนแปลงได้ เอาที่ชอบที่ชอบ เอ๊ย..เอาตามที่ใจชอบเลย แต่สิ่งสำคัญคือหากเลือกหักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร ต้องมีหลักฐานพิสูจน์การจ่ายเงินและพิสูจน์ได้ว่า ใครรับเงิน รวมถึงต้องเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจด้วย
ถ้าในปีที่ผ่านมาคำนวณภาษีถูกต้องก็ไม่น่าจะมีปัญหา โดนประเมินให้ลำบากใจ แต่จากการให้ปากคำ เอ๊ย..จากการให้ข้อมูล คุณสรรพ์ท่านไม่ได้พูดหรือกล่าวถึงเรื่องนี้ แต่เรื่องที่คุณสรรพ์ท่านติดใจ น่าจะเป็นรายรับมากกว่า ซึ่งในปีที่มีปัญหาคุณน้องมีรายได้ 2.4 ล้านบาท มันเข้าเป้าเป๊ะเลย เพราะการขายสินค้าของคุณน้อง เดาว่าน่าจะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งคุณสรรพ์ท่านกำหนดไว้ว่า การขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เลือกได้ว่าจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทันที หรือจดทะเบียนเมื่อมีรายได้เข้าใกล้ หรือใกล้จะเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
กรณีของคุณน้องน่าจะไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่เริ่มขายสินค้า ซึ่งคุณสรรพ์ท่านไม่ได้ว่าอะไร แต่พอมาเจอว่ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทไปแล้ว คุณสรรพ์ท่านจึงได้สำรวจข้อมูลพบว่า ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้เกิดเป็นประเด็นขึ้นมา แม้คุณสรรพ์จะเห็นใจและเอ็นดูในความไม่รู้ แต่กฎหมายก็เป็นกฎหมาย ต้องบังคับใช้โดยเท่าเทียมกัน จะเลือกปฏิบัติหาได้ไม่ คุณสรรรพ์ท่านเลยต้องจำใจนำรายได้ส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาท มาเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากคุณพี่ ในฐานะผู้ขายสินค้าที่ไม่ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากมูลค่าการขายสินค้าส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาท คำนวณแล้วได้เท่ากับ 600,000 X 7% = 42,000 บาท แต่ผลของการผิดผี แฮ่..ปฏิบัติผิดกฎหมายด้านภาษี ทำให้ต้องชำระเบี้ยปรับ 2 เท่าเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน เฉพาะภาษี และค่าปรับรวมแล้ว 126,000 บาท
ไม่ต้องตกใจ อ.ปราบไม่ใช่ผู้วิเศษ ไม่มีฤทธิ์เดช ไม่สามารถเสกเป่าภาษีให้หายไปได้แต่อย่างใด ผลต่างระหว่าง 300,000 กับ 126,000 เป็นเรื่องที่คุณน้องต้องนำไปชี้แจงเพราะรายได้ 1.8 ล้านบาทแรก เป็นรายได้ที่ได้รับยกเว้น ยังไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ผิดอะไร แต่พอมีรายได้เกิน แต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รายได้ส่วนที่เกินแล้วไม่ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนนี้ต่างหาก ที่ผิดต้องเสียภาษีและค่าปรับ โชคดีที่คุณน้องเป็นศิษย์มีครู ลองนำเจรจาดูเผื่อหาทาง Soft Landing โดยไม่ต้องขนคนมาตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จตามแนวชายแดน
#ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #รายได้เกิน1.8ล้านบาทต่อปี #เบี้ยปรับ #เงินเพิ่ม #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #หักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร #ค่าปรับ

ไทย
EN


