ขาดโดนเกินรอด
"อุปสรรคทำให้เราเข้มแข็ง
คำคนทำให้เราแข็งแกร่ง
ระยะทางทำให้เราอดทน"
วันเวลาแห่งความสุขผ่านไปเหมือนโกหก เพิ่งมีเวลาพักหายใจจากการอดหลับอดนอน ยามกินไม่ได้นอน ยามนอนไม่ได้กิน จนขอบตามเริ่มดำคล้ำเหมือนหลินฮุ่ย เพราะต้องเร่งปั่นงบการเงิน เพื่อยื่นนำส่งและบริหารจัดการภาษีให้ถูกใจ Uncle ก่อนยื่นแบบภงด. 50 นอนหลับยังไม่ได้เต็มอิ่ม ต้องเริ่มจุดเทียนนั่งทางใน เล็งหาเลขที่เหมาะสมเพื่อนำมายื่นภงด. 51 อีกรอบ
เรื่องการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะหลายคนทำธุรกิจด้วยจิตวิญญาณเป็นหลัก ผ่านมา 6 เดือน หมุนเงินจนเป็นลูกข่าง ถามว่ามีรายได้เท่าไหร่ ส่ายหัวเป็นพัดลมเลยทีเดียว พอต้องมาประมาณการเพื่อเสียภาษีล่วงหน้า ก็เลยกลายเป็นภาระหนักอกหนักใจ แต่เบากระเป๋าเพราะต้องควักเงินจ่ายภาษีอีก แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการที่ใส่ใจในรายละเอียด มีข้อมูลครบถ้วนว่า 6 เดือนที่ผ่านมามีรายได้เท่าไหร่ และประเมินได้ว่าอีก 6 เดือนข้างหน้า จะมีรายได้เท่าไหร่ ให้ประมาณการกี่รอบก็บอกว่างานหมู
เพราะการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี วิธีที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายคือ ประมาณการรายได้ ต้นทุน กำไรที่คาดว่า จะเกิดขึ้นตลอดปี ใช่ครับอ่านไม่ผิด แม้วันนี้จะยังไม่สิ้นปี แต่เราต้องประมาณการให้ได้ว่า ทั้งปีจะเกิดอะไรขึ้นกับกิจการอันเป็นที่รัก วันสุดท้ายของการยื่นแบบภงด. 51 กำหนดให้ทำภายใน 2 เดือนนับจากวันครบรอบ 6 เดือน ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่จะมีรอบบัญชี 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. จึงต้องยื่นแบบภงด. 51 ภายใน 31 สิงหาคมของปี
หากเรามีข้อมูลเพียงพอการทำประมาณการ เพื่อยื่นแบบก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะถ้าต้องยื่นแบบ ภายในเดือน ส.ค. อย่างน้อยเราก็มีรายได้ ต้นทุน และกำไรจริงมาแล้ว 6 - 7 เดือน จากนั้นก็แค่คาดการณ์ว่าอีก 5 หรือ 6 เดือน ที่เหลือจะมีรายได้และต้นทุนเท่าไหร่ จากนั้นก็นำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน โดยไม่ต้องไปจัดทำงบการเงินเลยแม้แต่น้อย
การยื่นแบบภงด. 51 ทำได้โดยนำประมาณการรายรับ หรือยอดขายตลอดปี หักด้วยประมาณการรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ หรือเนื่องจากกิจการตลอดปี หากประมาณการรายรับมากกว่ารายจ่าย แน่นอนว่าต้องเป็นกำไร แต่ก่อนที่คำนวณภาษีหรือควักเงินจ่ายภาษี ให้หันไปตรวจสอบก่อนว่า ปีก่อนหน้าเรามีผลขาดทุนสะสมทางภาษีย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีไหม หากมีก็ให้นำมาหักออกก่อน ถ้ายังโชคดีมีบุญยังมีกำไรก็ค่อยคิดเรื่องภาษี แต่แม้จะมีกำไรแต่ก็เป็นกำไรทั้งปี เมื่อจะเสียภาษีครึ่งปี ก็ต้องนำกำไรมาหารครึ่ง จากนั้นจึงจะคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล สรุปง่ายๆ ดังนี้
ประมาณการรายได้ - ประมาณการต้นทุน - (ขาดทุนสะสมทางภาษีไม่เกิน 5 ปี)
( กำไรหลังหักขาดทุนสะสม / 2 ) X อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
หากเราประกอบธุรกิจด้านการให้บริการและในช่วง 6 เดือนแรก ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เท่าไหร่ มีหลักฐานการหักและนำส่งครบถ้วน สามารถนำมาบรรเทาภาระภาษีได้ โดยให้นำภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี หัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกไว้ครึ่งปี ถ้าภาษีหัก ณ ที่จ่ายมากกว่า ก็ไม่ต้องชำระภาษีครึ่งปี แต่ถ้าภาษีหัก ณ ที่จ่ายน้อยกว่าก็นำส่งเฉพาะผลต่าง ใครจะบอกว่าคุณสรรพ์ใจร้าย คงพูดไม่ได้ละ ทุกคนจะอยู่ดีกินดีมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เอามั้ยคะ
พอบอกว่าให้ประมาณการรายได้ทั้งปี อย่าคิดอย่าเหมาเอาว่า ใช้วิชานั่งเทียนเดาไปก่อน คิดง่ายคิดสั้นว่ากลางปียังไม่ต้องเสียภาษี ค่อยไปเสียภาษีปลายปีทีเดียว เพราะยังไงก็เสียภาษีเหมือนกัน เสียก่อนเสียหลัง แม้จะเสียภาษีเหมือนกัน แต่คุณสรรพ์ท่านบอกว่าไม่เหมือนกัน เพราะเสียก่อนตอนกลางปี คุณสรรพ์ได้เงินไปใช้ก่อน พอปลายปีจะเสียภาษีหรือไม่เสีย ก็ว่ากันอีกที คุณสรรพ์ท่านเลยดักคอไว้ก่อนว่า หากกลางปีคิดจะหลบเลี่ยงเสียภาษีน้อยไว้ก่อน ปลายปีค่อยไปเบ่งเอา อาจจะโชคดีถูกหวยรวย 2 เด้ง
หากกำไรที่เกิดขึ้นจริง สูงกว่ากำไรที่ประมาณการไว้เกินกว่า 25% ต้องชำระเงินเพิ่ม 20% ของภาษี ที่ชำระไว้ต่ำไป เช่นหากเราประมาณการไว้ว่า ทั้งปีจะมีกำไร 1 ล้านบาท อัตราภาษี 20 % เท่ากับเราชำระภาษีไว้ครึ่งหนึ่งของกำไร เท่ากับ 100,000 บาท พอกำไรจริงปลายปีพุ่งปรู๊ดไปแตะ 2 ล้านบาท บวกลบคูณหารก็รู้ว่า กำไรสูงกว่าที่ประมาณการไว้เกิน 25% แน่นอน พอรู้เช่นเห็นชาติ แฮ่..รู้แล้วว่าประมาณการกำไรไว้ต่ำไป ก็ต้องนำกำไรจริงมาหารครึ่ง เพื่อคำนวณว่า ภาษีครึ่งปีจริงต้องชำระเท่าไหร่
กำไรจริง 2 ล้านเท่ากับต้องเสียภาษีครึ่งปีเท่ากับ 200,000 บาท แต่ชำระภาษีครึ่งปีไว้ 100,000 บาท เท่ากับชำระภาษีครึ่งปีไว้ขาดไป 200,000 บาทต้องชำระเงินเพิ่มสำหรับภาษีครึ่งปีที่ชำระไว้ขาด 20% เป็นเงิน 40,000 บาท น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย เพราะโดนพิษภาษีเล่นงานอีกรอบ ผ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าเป็นแบบนี้ เรายอมเสียภาษีกลางปี เดาเก่งรอด เดาไม่เก่งก็โดน ไปตามระเบียบ ทำให้หลายคนตัดสินใจเสียภาษีกลางปีให้สูงไปได้ไหม แล้วถ้าทำแบบนี้ปลายปีกำไรและภาษี ที่ต้องชำระต่ำกว่าตอนกลางปี จะโดนเช็คบิลอีกรอบก่อนไหม
ประมาณการกำไรขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ที่เกิดขึ้นจริงในรอบปี มีผลกระทบเฉพาะกำไรขาดเท่านั้น และต้องประมาณการขาดไปมากกว่า 25% ถึงจะต้องชำระเงินเพิ่ม หากประมาณการและเสียภาษีไว้ก่อน ไม่ต้องเสียน้ำตาเพราะเสียค่าปรับ แต่อาจจะต้องเสียใจโดนโสน้ำหน้า เพราะจ่ายเกินไปแต่ไม่กล้าขอคืน
#ประมาณการกำไร #ภงด.50 #ภงด.51 #เงินเพิ่ม20% #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภาษีเงินได้ครึ่งปี #ประมาณการกำไรขาดเกินไป25% #ภาษีหักณที่จ่าย


ไทย
EN


