สูงต่ำ

 

 

"เกิดเป็นคน  ค้นให้ทั่ว

ปากไม่ร้น  ก้นไม่รั่ว

ชั่วไม่เอา  เมาไม่มี

ทำแต่ความดี  นี่คือคน

 

            เป็นเพื่อนกันแล้วรักษายังไงก็ไม่หาย ได้ยินได้ฟังคราใดก็ตื้นตันใจทุกที ไม่รู้เหมือนกับเรื่องราวทางภาษีหรือเปล่า โดนแล้วไม่เคยเข็ดโดนอยู่ทุกรอบ ช่วงเริ่มดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ไปจดทะเบียนใหญ่โตเล่นกันไป 10 ล้านบาท แถมยังจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าอีกต่างหาก ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามที่พี่อาจารย์ปราบเคยบอกจนปากเปียกปากแฉะว่า หากไม่มีเงินมาชำระค่าหุ้นจริง จะทำให้เงินที่ไม่ได้ชำระค่าหุ้นกลายเป็นบ่วงภาษีที่รัดคอ

 

เพราะคุณสรรพ์ท่านถือคัมภีร์ประเมินเล่มใหญ่ บอกว่าการที่บริษัทตั้งขึ้นมา ก็เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้าหากำไร จะถือเงินสดจำนวนกว่า 10 ล้านบาทอยู่ในมือ หาเหมาะสมไม่ อย่างน้อยนำไปฝากธนาคารฝนตกขี้หมูไหล เอ๊ย..ขี้หมูขี้หมา อย่างน้อยก็ได้ดอกเบี้ยสามสลึงไม่ถึงบาท พอให้ได้เก็บภาษีบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถ้าบุญหล่นทับเท้าบวม กิจการมีการกู้ยืมเงินที่ต้องเสียดอกเบี้ย งานจะงอก เพราะอย่างน้อยก็ต้องคิดดอกเบี้ยเท่ากับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ต้องชำระ คุณสรรพ์ท่านให้ข้อคิดว่า เงินสดในมือจำนวนมาก ก็เปรียบเสมือนให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นกู้ยืมไป ก็ต้องคิดดอกเบี้ย อย่างน้อยก็ในอัตราที่เท่าเทียมกัน

 

ทุนจดทะเบียนเกิน 5.0 ล้านบาท หรือ

รายได้เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20%

 

ผมโดนมาจนเต็มคราบ ทั้งดอกเบี้ยที่ต้องนำไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเต็มอัตราศึก 20% แถมยังต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 3.3% อีกต่างหาก มาถึงตอนนี้เพิ่งรู้ว่าสาเหตุที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ไม่มีลดไม่มีหย่อน สูงกว่าเพื่อนร่วมแก๊งค์สีกาก๊อบ เพราะทุนจดทะเบียนเกิน 5.0 ล้านบาท ไปไกล ช่วงนี้เศรษฐกิจขาขึ้นเต็มที่ เท้าทั้งสองข้างขึ้นมาบนหน้าผากเรียบร้อย ทุกคนอยู่ดีกินดีมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เลยต้องหาทางลดน้ำหนักส่วนเกิน หันซ้ายหันขวามองหน้ามองหลังไปหลายปี รายได้ก็ไม่เคยถึง 30 ล้านบาทสักปี หากตัดสินใจลดน้ำหนักส่วนเกิน ลดทุนจดทะเบียนลงเหลือ 5.0 ล้านบาท ดอกเบี้ยจะได้ลดลงแถมได้สิทธิเสียภาษีเงินได้น้อยลงด้วย ยิงนัดเดียวได้นกสองตัว

 

กรรมคือ เครื่องชี้เจตนางานนี้ บริษัทจดทะเบียนชำระแล้ว 10 ล้านบาท ถือว่าผิดเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้ว เพราะคุณสรรพ์ท่านให้สิทธิเฉพาะบริษัท ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5.0 ล้านบาท หรือรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งก็ผิดศีล เสียภาษีเงินได้เต็ม ไม่มีลดหย่อนเหมือนกรณีของคุณพี่ ที่แม้จะมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท แต่ทุนจดทะเบียนเกิน 5.0 ล้านบาท การจะลดทุนจดทะเบียนให้ไม่เกิน 5.0 ล้านบาท ทำได้แต่จะไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ถือว่าคนเคยรวยช่วยไม่ได้

 

ลดทุนเหลือ 5.0 ล้านบาท นอกจากจะไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว ยังมีเรื่องต้องระวังหากพลาดพลั้ง อาจจะโดนพิษภาษีเล่นงานไปอีกดอก เพราะหากกิจการมีกำไรสะสมแล้วดันไปลดทุน คุณสรรพ์ท่านอาจจะเคือง จัดข้อหาหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินปันผล ไม่ยอมจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% โดยทำการลดทุนจดทะเบียนแทนการจ่ายเงินปันผล เงินลดทุนที่จ่ายคืนผู้ถือหุ้นไป จะกลายเป็นการจ่ายส่วนแบ่งกำไรได้เงินเต็มไปก่อน แต่ตอนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะต้องนำเงินส่วนแบ่งกำไรไปคำนวณภาษี โดยหักรายจ่ายไม่ได้แม้จั๊กบาท

 

#SME’s #ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5.0 ล้านบาท #รายได้ไม่เกิน 30ล้านบาทต่อปี #ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมกรรมการ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา # ลดทุนจดทะเบียน # เงินปันผล #ส่วนแบ่งกำไร

NEED SOME BUSINESS SUGESSION?

WE CAN HELP YOU

เราภูมิใจเป็นอย่างมากหากท่านสามารถใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนนักธุรกิจ นักบัญชี ภาษี และอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่...อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาที่ปรึกษาในการแวะเวียนมาบรรเลงใน msgconsultant.com ประกอบด้วย

We are very proud if you can take advantage or forward the information to the business tax accountants and others to apply and to take full advantage of them. However, knowledge that has been in favor of those that came into play.

Related Site :

บริษัท เอ็มเอสจี คอนซัลแทนท์ จำกัด

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
โทร. 02-803-6820, 02-803-6821, 02-803-6822
แฟกซ์ 02-903-0080 ต่อ 6823
Email : info@msgconsultant.com