ขอดีไม่ขอคืนดีคืน

 

ไม่มีชัยชนะใดได้มาโดยไม่ต้องต่อสู้

ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยไม่ต้องลงแรง

 

            ตัดสินใจเด็ดขาด กี่บาทก็ยอมทุ่มเท ตั้งแต่วันที่หนูตัดสินใจเดินหน้าท้านรก เอ๊ย! ตัดสินใจที่จะขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินความคิดมันก็ยังเวียนวนและวนเวียนคอยหลอกหลอนมาตลอดเวลา กายนึงก็บอกว่าขอคืนเถอะยอดมันสูง เราก็ทำอย่างถูกต้องแล้วไม่เห็นต้องกลัว อีกกายนึงก็บอกว่าไม่เห็นเหรอว่าโดนกันมาหนักหนาแค่ไหนแทนที่จะได้คืนกลับต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มแทบหมดตัว ทำเอาลังเลกลับตัวก็ไม่ได้จะเดินต่อไปก็ไปไม่ถึง ถ้าเป็นปราบจะทำอย่างไรดีจะขอหรือไม่ขอ ปราบบอกมาแบบไหนจะทำแบบนั้นเลย เพราะถือว่าปราบให้คำแนะนำมาแล้ว มีอะไรต้องช่วยให้ตลอดรอดฝั่งถ้าได้เงินภาษีคืนจะขอบคุณ ถ้าต้องจ่ายเพิ่มก็ขอหาร 2 ละกัน

 

การนิ่งถือว่ายอมรับ หนูขอเล่าต่อเลยละกันว่า หนูทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าหนูจำได้ว่า เป็นธุรกิจที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะอ่านเจอที่ปราบเคยเขียนเล่าไว้ กำไรก็ไม่ได้เยอะมากมาย ยื่นแบบเสียภาษีครบถ้วน แต่ไม่เคยต้องชำระภาษีเพิ่มเพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายมันมากกว่าภาษีที่ต้องชำระมากมายอยู่ ที่ผ่านมาน้องชีกระซิบบอกว่า อย่าติ๊กช่องผิดไปขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินนะ เพราะน้องยังไม่อยากไปยืนตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เอ๊ย!ยังไม่อยากไปให้ปากคำกับคุณสรรพ์  แต่เมื่อปราบยืนยันหนูก็จะเดินหน้าทวงความเป็นจริง เอ๊ย! ทวงคืนภาษีซะที จะเอามาใช้แทนเงินดิจิตอลที่เลื่อนคลอดมาหลายเดือนแล้ว

 

กรรมของเวรจริงๆ แค่อ่านและตอบช้ากลายเป็นยอมรับเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งกระดูกแขวนคอ แต่ในฐานะคนเคยขอและคนเคยโดนบวก(กลับ)มาก่อน อยากบอกสั้นๆ แต่ชัดเจนว่าภาษีที่ถูกหักไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องชำระและคุณสรรพ์เก็บรักษาให้เราเป็นอย่างดีเป็นเงินของเรา ซึ่งไม่ว่าจะมากหรือน้อยมันก็เป็นประโยชน์ต่อเรา จะนำมาหมุนเวียนใช้จ่ายในกิจการนำมาเป็นทุนต่ออายุหรืออะไรก็ตาม เมื่อเป็นสิทธิของเราก็ควรขอคืน แต่ว่าอยากขออย่ารีบขอ ต้องทบทวนให้ดีว่าเรามีบาดแผลอะไรบ้าง จะได้ประเมินว่าขอแล้วจะรอดหรือไม่รอด

 

ค่าเช่ายื่นรายได้นำส่งครบถ้วนไหม

ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์

และรายได้อื่นที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม

เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีไหม

 

แค่ 2 ข้อนี้ก็พอชี้เป็นชี้ตายได้ละว่าควรใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวไหม เพราะถ้ายื่นรายได้ไม่ครบหรือรายได้ที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มเกิน 1.8 ล้านบาท แต่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่ากับกวักมือเรียกให้เค้ามาเก็บเงินค่าภาษีจากเราแบบนี้ เค้าเรียกว่าเจี๊ยะป้าบ่อสื่อ (ถ้าหนูงงก็เอาอากู๋แปลนะ) อย่าคิดว่าเค้าไม่รู้หรอกว่ายื่นรายได้ไม่ครบ แค่กระทบยอดค่าน้ำประปาค่าไฟฟ้ามันก็พอเทียบเคียงได้ว่าควรมีคนเข้าพักห้องเช่าของเรากี่ห้อง ไม่ต้องไปนั่งเฝ้าหน้าหอพักเหมือนที่เคยเป็นเรื่องเล่ากล่าวขานในอดีต

 

ถัดมาตอนที่เจรจาตกลงเงื่อนไขการเข้าพักได้ทำสัญญาเช่ากันไว้ไหม ถ้าตอบว่าไม่มีคงต้องกลับไปเช็คว่าแล้วมีอะไรที่เป็นข้อตกลงระหว่างเรากับผู้เข้าพักเพราะปกติก็ต้องมีเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้า, เงินประกันการเช่า และอื่นๆ ซึ่งถ้าอ่านไปอ่านมาแล้วมันเป็นสัญญาเช่าก็โป๊ะเลย

 

สัญญาเช่าต้องติดอากรแสตมป์

ภายใน 15 วันนับจากวันทำสัญญาเช่า

 

ถ้าหยิบสัญญาเช่ามาดูพบว่าไม่เคยมีร่องรอยการติดอากรแสตมป์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะมันเลยจุดที่ต้องกังวลไปแล้วแค่คุณสรรพ์รู้ก็จบแบบเจ็บๆ จ่ายค่าอากรแสตมป์บวกเบี้ยปรับ 5 เท่า ยังๆไม่พอกลับมาสำรวจเรื่องรายจ่ายของเราที่นำมาหักในการคำนวณว่าภาษีว่า มีหลักฐานใบเสร็จรับเงินถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เพราะรายจ่ายที่ไม่ถูกต้องไม่สมบูรณ์จะเป็นสิ่งต้องห้ามของคุณสรรพ์เลยคือ ไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้ผลกระทบก็คือที่คิดว่ากำไรน้อยอาจจะกำไรเพิ่มและเสียภาษีเพิ่มได้อีกเด้ง

 

รายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับเงินไม่ได้

เป็นรายจ่ายต้องห้าม

ไม่ให้หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษี

 

รายจ่ายต้องห้ามว่าไปมันก็มากมายเหลือคณาหลายรายการก็ยอมรับได้ว่ามันเหมาะสม แต่บางรายการมันก็ยากกับการโต้เถียง เอ๊ย!พิสูจน์แล้วพอมันขึ้นอยู่กับความเห็นของพี่ที่มาตรวจก็บันเทิงล่ะสิครับ ถ้าหนูโดนคุณพี่เค้าบอกว่าเงินเดือนที่หนูได้รับมันสูงเกินสมควร หนูจะโต้จะแย้งว่าอย่างไรถ้าโต้ไม่ได้ก็บวกกลับ ถ้าโต้ได้ก็ไปจับเอาเรื่องอื่นมาใหม่อันนี้เป็นเรื่องสมมตินะครับ เพราะในประเทศเรายังไม่เคยมีเรื่องแบบนี้

 

เงินเดือนของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะส่วนที่จ่ายเกินสมควร

ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

 

            นึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่เคยเยาว์วัย นึกถึงสมัยเมื่อครั้งก่อนตอนลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจทิ้งเงินเดือน 50,000 บาทมารับเงินเดือน M.D. ตั้ง 30,000 บาท ปราบยังเคยโดนข้อหานี้มาแล้ว ดีที่ว่าหาเหตุผลมาสนับสนุนได้เลยรอด เพราะคุณสรรพ์เค้าเชื่อว่าไม่ได้เป็นการ Make เงินเดือนขึ้นมาโดยไม่ได้ทำการทำงานทำประโยชน์ใดๆให้บริษัท คุณสรรพ์เห็นกับตาว่าทำหมดตั้งแต่คุยกับลูกค้า, ทำงานส่งให้ลูกค้า, กวาดบ้าน ถูสำนักงาน และมายืนให้ปากคำกับคุณสรรพ์

 

            บอกเล่ามาถึงตอนนี้ปราบยืนยันว่าเงินของเราควรขอคืน แค่อยากให้กลับไปตรวจสอบทบทวนข้อมูลของกิจการให้ครบถ้วนชัดเจน เวลาในการขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินกำหนดไว้ให้ตั้ง 3 ปี เท่ากับว่ายังมีอีกเยอะใช้เวลาที่มีในการตรวจสอบตัวเองก่อนจะได้รู้เขารู้เรารู้ว่าขอคืน 100 จะได้คืนครบหรือขาดไปเท่าไหร่แม้กระทั่งจะต้องจ่ายเพิ่ม เพราะการถูกตรวจหรือเปล่า ไม่ว่าผลสอบของเราจะเป็นอย่างไรอย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ถึงจุดอ่อนจุดเปราะบางของธุรกิจจะได้นำมาปรับแก้ไขเดินหน้าท้าชก เอ๊ย! เดินหน้าทำธุรกิจและขอคืนภาษีที่เกินได้ในรอบถัดไป รอบหน้าปราบจะหยิบนำเอาเรื่องราวที่คุณสรรพ์ใช้ตรวจสอบธุรกิจอื่นๆ มาเล่าให้ฟังเผื่อจะเป็นประโยชน์

 

 

รู้ก่อนลุย!!

 

     มาตรา 60  เพื่อประโยชน์แห่งการคำนวณยอดเงินได้พึงประเมินของผู้ต้องเสียภาษี ให้ถือว่าเงินภาษีที่ได้หักและนำส่งตามความในมาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 53 เป็นเงินได้พึงประเมินที่ผู้ต้องเสียภาษีได้รับ ส่วนจำนวนเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้นั้นให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษี

มาตรา 63  บุคคลใดถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษีตามส่วนนี้ บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่เกินนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

บุคคลใดที่ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี แต่ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้ว บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่ถูกหักและนำส่งไว้แล้วนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีไว้

 

 

#รายจ่ายเพื่อการลงทุน #ทรัพย์สิน #ซื้อรถยนต์ #ค่าเสื่อมราคาและสึกหรอ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #หักรายจ่ายตามความจำเป็นและสมควร #ทรัพย์สินอื่น #อายุการใช้งาน

NEED SOME BUSINESS SUGESSION?

WE CAN HELP YOU

เราภูมิใจเป็นอย่างมากหากท่านสามารถใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนนักธุรกิจ นักบัญชี ภาษี และอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่...อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาที่ปรึกษาในการแวะเวียนมาบรรเลงใน msgconsultant.com ประกอบด้วย

We are very proud if you can take advantage or forward the information to the business tax accountants and others to apply and to take full advantage of them. However, knowledge that has been in favor of those that came into play.

Related Site :

บริษัท เอ็มเอสจี คอนซัลแทนท์ จำกัด

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
โทร. 02-803-6820, 02-803-6821, 02-803-6822
แฟกซ์ 02-903-0080 ต่อ 6823
Email : info@msgconsultant.com