แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า

บุคคลธรรมดาเสียภาษีที่กรมที่ดินแล้วจบ

นิติบุคคลเสียภาษีที่กรมที่ดินแล้วไม่จบ

ไม่เห็นยาก…ทำในนามบุคคลประหยัดสุด ?

 

            ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน หากจะพูดกันถึงเรื่องว่าทำธุรกิจในรูปแบบไหน จะเสียภาษีน้อยกว่า คงไม่พ้นกับการถกเถียงว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ซึ่งต่างคนต่างก็ให้ความเห็นที่แตกต่างไปตามประสบการณ์ของแต่ละคน ไม่มีผิดไม่มีถูกขึ้นอยู่ว่าเราไปตัดสินใจบนประสบการณ์ของใคร และมันตรงกับ ข้อมูล ข้อเท็จจริงของเราไหม หากตรงก็อาจจะรอดตัว หากไม่ตรงก็จบแต่อาจจะไม่สวย

 

            เช่นเดียวกันกับเรื่องการขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ฯลฯ ผู้ที่ผ่านประสบการณ์ในการขายหลายคนโดยเฉพาะที่เป็นบุคคลธรรมดา มักจะคิดว่าเมื่อขายอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วเป็นอันสิ้นสุดกัน เพราะกรมที่ดินจัดเก็บภาษีไปจนแทบไม่เหลือ เงินทอน เอ๊ย! เงินติดกระเป๋ามาใช้จ่ายเลย ซึ่งพอมาเจียระไนอย่างละเอียดจะพบว่า ภาษีที่กรมที่ดินจัดเก็บไป ประกอบด้วย

1.  ภาษีธุรกิจเฉพาะ จัดเก็บอัตรา 3.3% ของราคาประเมิน หรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า

2.  อากรแสตมป์ จัดเก็บอัตรา 0.5% ของราคาประเมิน หรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า (จัดเก็บเฉพาะกรณี การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ)

3.  ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แบ่งจัดเก็บดังนี้

3.1.  บุคคลธรรมดา จัดเก็บอัตราก้าวหน้า จากราคาประเมินทุนทรัพย์ หักรายจ่ายเป็นการเหมาตามที่กฎหมายกำหนด

3.2.  นิติบุคคล จัดเก็บอัตรา 1% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า

4.  ค่าธรรมเนียมโอน อัตรา 2% ของราคาประเมิน โดยผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบคนละครึ่ง

    

            วันที่เสียภาษีที่กรมที่ดินหลายคนคงอดแปลกใจไม่ได้ที่ทำไมคุณสรรพ์ชอบใหญ่ๆ เล็กๆ ไม่เอา ไม่เห็นใจคนเสียภาษีเล็กๆ กันบ้าง เอะอะเก็บจากราคาที่สูงกว่า น่าจะเก็บอัตราที่เป็นประโยชน์กับผู้เสียภาษีบ้างเน้อ  เก็บห่านทองคำตัวนี้ไว้ในอ้อมใจสักนิด

 

ขณะที่หลายคนอาจจะพบว่า การโอนอสังหาริมทรัพย์หลายครั้งต้องชำระภาษีที่แตกต่างกัน ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะโดนเช็คบิลย้อนหลังหรือไม่ เพราะบางครั้งพบว่ามีการเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่บางครั้งก็ไม่เรียกเก็บ แต่มีอากรแสตมป์โผล่เข้ามา พอย้อนไปอ่านเนื้อหาข้างบนพอจะเข้าใจได้ลางๆ ว่า

 

ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ต้องเสีย อากรแสตมป์

ถ้าเสียอากรแสตมป์ ไม่ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะ

 

            ยังไม่ต้องทำหน้างงหรือสงสัย บอกได้เลยว่าที่เขียนมาไม่ได้ผิด เพราะโดยปกติแล้วการขายอสังหา ริมทรัพย์ จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากราคาประเมินหรือราคาซื้อขายที่ต่ำกว่า แต่มีบางกรณีที่ยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งคุณสรรพ์ก็เกรงว่าผู้เสียภาษีจะน้อยอกน้อยใจ ว่าเลือกที่รักมักที่ชังเลยไปหยิบ เอาอากรแสตมป์มาให้เราเสียแทน ส่วนจะเป็นอะไรบ้างลองค้น ลองหาดูก็ได้  จะได้ฝึกให้เราเป็นผู้ประกอบ การที่ดีมีคุณภาพ ไม่ใช่เอะอะก็จะรับตำแหน่งผู้เสียภาษีดีเด่นทุกปี

 

            คราวนี้มาดูกันต่อว่า สิ่งที่หลายคนเข้าใจว่า บุคคลธรรมดาได้ขายอสังหาริมทรัพย์ ในวันโอนกรรม สิทธิ์ได้เสียภาษีที่กรมที่ดินแล้วจบ จริงหรือไม่จริงหรือเปล่า คงต้องตอบว่าจริง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะคุณสรรพ์พูดเสียงดังฟังชัดในประมวลรัษฏากรมาตรา 48 สรุปได้ว่า

 

            การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประกอบด้วย

1.    การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมรดก หรือได้จากการรับให้โดยเสน่หา

2.    การขายอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มุ่งทางการค้าหรือหากำไร

 

            ประเด็นแรกคงชัดเจนว่า ถ้าผู้ขายได้อสังหาริมทรัพย์มาโดยมรดก เมื่อขายและโอนกรรมสิทธิ์ อันนี้ถือว่าจบ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณกับเงินได้อื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีแล้ว ฟันธงยืนยันด้วยมาตรา 48  ที่คุณสรรพ์กำหนดไว้เองอันนี้ใครจะทักท้วงคงยาก

            แต่ไอ้การขายอสังหาริมทรัพย์โดยมิได้มุ่งค้าหากำไร อันนี้ล่ะที่เป็นปัญหา เพราะคำว่ามิได้มุ่งค้า ไม่ได้ดูจากกำไรหรือขาดทุน แต่ดูที่เจตนาตั้งแต่แรกว่าตั้งใจที่จะซื้อมาขายไปเพื่อทำกำไรหรือไม่ ซึ่งพอจะ สรุปได้ว่า เป็นการซื้อหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์มาเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย, เพื่อทำการเกษตรกรรม, เพื่อใช้เป็นสถานประกอบกิจการ หรือการได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นต้น

 

ชัดยิ่งกว่าชัด เพราะถ้ามัวแต่ไปถามเจตนาจากคนขาย ร้อยทั้งร้อยจะให้การตรงกันว่าไม่ได้มุ่งค้าเลยแม้แต่น้อย ในส่วนลึกของจิตใจอยากทำหน้าที่กระจายการถือครองที่ดิน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์มาก ที่สุด เลยต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางเท่านั้น

 

ใครจะพูดอย่างไรก็ห้ามเชื่อ ให้เชื่อคุณสรรพ์คนเดียวเท่านั้น ซึ่งเหมือนกับจะล่วงรู้ว่าจะมีปัญหา เหล่านี้ในอนาคต จึงได้กำหนดว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งทางการค้าหากำไร คือการได้มาซึ่งอสังหาริม ทรัพย์ โดยการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือทำการปลูกสร้างอสังหาริมทรัพย์ และผู้ที่ได้มามีเจตจำนงหรือมุ่งที่จะค้า หรือหากำไรจากอสังหาริมทรัพย์นั้น เช่น การซื้อหรือแลกเปลี่ยนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์มา เพื่อการ        จัดสรร จำหน่าย การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน อาคารชุด ทาวน์เฮ้าส์ อาคารโรงงานหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใด เพื่อจำหน่าย เป็นต้น  ถ้าไม่เชื่อลองอ่านรายละเอียดในพระราชกฤษฏีกา ฉบับที่ 342 มาตรา 4  ดูได้

 

            ลองอ่านเรื่องราวของการไม่มุ่งค้า และการขายที่เข้าเงื่อนไขมุ่งค้าหากำไร ก็คงพอจะประเมินได้ ระดับนึงว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ของเรามุ่งค้าหรือไม่มุ่งค้าหากำไร หากไม่มุ่งค้าหากำไรโดยได้เสียภาษีที่กรมที่ดินเรียบร้อย ปลายปีก็ไม่จำเป็นต้องนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ไปรวมคำนวณเงินได้ เพื่อเสียภาษีประจำปีอีกครั้ง แต่ถ้าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งค้าหากำไร คงต้องบอกว่าอย่าลืมนำไปเสียภาษีประจำปีเด็ดขาด

 

รักจัง

 

มือปราบภาษี

 

เกร็ดภาษีที่ต้องรู้ !

 

การนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาเสียภาษีประจำปี

1)   นิติบุคคลต้องนำมารวมคำนวณภาษีประจำปี

2)   บุคคลธรรมดาต้องนำมารวมหากเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์มุ่งทางการค้ากำไร

3)   บุคคลธรรมดาไม่ต้องนำมารวม หากเป็น

3.1)  การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมรดก หรือรับให้โดยเสน่หา

3.2)  การขายอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มุ่งทางการค้าหากำไร

 


#ภาษีเงินได้ #ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง #อสังหาริมทรัพย์  #วางแผน #ภาษีธุรกิจเฉพาะ 

#ภาษีหัก ณ ที่จ่าย #ค่าธรรมเนียมโอน

NEED SOME BUSINESS SUGESSION?

WE CAN HELP YOU

เราภูมิใจเป็นอย่างมากหากท่านสามารถใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนนักธุรกิจ นักบัญชี ภาษี และอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่...อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาที่ปรึกษาในการแวะเวียนมาบรรเลงใน msgconsultant.com ประกอบด้วย

We are very proud if you can take advantage or forward the information to the business tax accountants and others to apply and to take full advantage of them. However, knowledge that has been in favor of those that came into play.

Related Site :

บริษัท เอ็มเอสจี คอนซัลแทนท์ จำกัด

149, 151 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
โทร. 02-803-6820, 02-803-6821, 02-803-6822
แฟกซ์ 02-903-0080 ต่อ 6823
Email : info@msgconsultant.com